2006/Jun/19

ในคราวที่แล้ว เราเรียนรู้(และหลายคนสามารถพิสูจน์ได้)ว่า เราทุกคนสามารถใช้พลังจิตได้ และคราวนี้ เราจะเริ่มเรียนรู้การทำงานของพลังจิต โดยเริ่มจาก รู้จักกับจิตใต้สำนึก(subconscious mind)

คำว่าจิตใต้สำนึกนี้ เราจะพบในหนังสือ เวบไซต์ และสถาบันที่ศึกษาเรื่องพลังจิตแทบทุกที่ ว่ากันว่า จิตใต้สำนึกของเรานั้นมีพลังไร้ขีดจำกัด และว่ากันว่า ถ้าเราไม่รู้จักจิตสำนึกแล้วเราใช้ความสามารถเพียง7% แล้วก็ว่ากันว่า(อีกแล้ว!) ว่าในการใช้พลังพิเศษ เราต้องใช้พลังจากจิตใต้สำนึก สรุปแล้วจิตใต้สำนึกมันทำไมสำคัญนัก มันคืออะไรกันแน่ ในครั้งนี้เราจะคุยกันถึงเรื่องนี้กัน

1.เรื่องของจิตและจิตสำนึก
ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจว่าจิตคืออะไรกันแน่ เพราะจริงๆแล้ว จิตเองมีการใช้กันอย่างสับสน บางทีเราจะพูดว่าจิตแข็ง นั่นแสดงถึงระดับความมานะและความดื้อรั้น จิตตก นั่นหมายถึงกำลังใจ จิตหลอนนั่นหมายถึงการรับรู้ข้อมูลซึ่ง(คนอื่นแน่ใจว่า)ไม่มีจริง เริ่มงงหรือยังครับ ว่าจิตคืออะไรกันแน่
หมายถึงอะไรก็แล้วแต่คนพูดน่ะสิครับ บางทีเขาอาจจะหมายถึงน้องสาวเพื่อนที่ชื่อจิตก็ได้ แต่เรื่องของเรื่องสิ่งที่เราต้องจำไว้ก็คือ สำหรับบทความนี้ เราจะพูดถึงจิตที่หมายถึงสิ่งที่เรารับรู้
จริงๆแล้ว รอบๆตัวเรานี้เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง บางอย่างพบเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือรับรู้ได้ง่ายๆ เช่นหน้าจอคอมนี้ มือของคุณ และคีย์บอร์ด เป็นสิ่งที่จิตเรารับรู้ได้ง่ายๆ ซึ่งก็คือจิตของเราสามารถสำนึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน มีบางอย่างที่รับรู้ยาก เช่นการเต้นของหัวใจ การไหลของพลาสม่าบนจอมอนิเตอร์ วิญญาณ และความรู้สึกของคนอื่นที่อยู่รอบๆเรา ที่ปกติเราจะไม่รู้สึก และนั่นหมายความว่า จิตของเราไม่ได้สำนึกถึงสิ่งเหล่านั้น
ดังนั้นจิตสำนึก ก็คือการรับรู้ของจิต ถ้าเราสำนึกผิด แสดงว่าเรารับรู้กระบวนการต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เราพลาด แต่ถ้าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรผิด เรายังไม่สำนึกผิดเลย( เอาล่ะ ผมไม่ได้บอกว่าคุณทำอะไรผิดหรอกครับ ไม่ต้องร้อนตัวไป!)
และเดี๋ยวนี้ เราเรียกสิ่งที่อยู่นอกจิตสำนึกซึ่งเราจะไม่รู้สึก ว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใต้จิตสำนึก หรือจิตใต้สำนึกนั่นเอง เช่นเวลาที่เราไม่รู้สึกถึงการเต้นของชีพจร การเต้นของชีพจรก็อยู่ในเขตจิตใต้สำนึก เวลาที่เราเกิดโกรธใครโดยไม่รุ้ตัว เราก็โกรธจากจิตใต้สำนึก


ระวังอย่าเข้าใจผิด!
หลายๆคนและหนังสือหลายๆเล่มพยายามจัดประเภทของกิจกรรมและเรื่องราวต่างๆแต่ละอย่างว่าตกอยู่ในเขตของจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก แต่จริงๆแล้วอย่าลืมว่า ขอบเขตของมันอยู่ที่การรับรู้ ถ้าเรารู้โดยชัดเจน มันคือจิตสำนึก เช่นการระลึกชาติปกติเราไม่รู้ ดังนั้นมันคือจิตใต้สำนึก แต่ในขณะที่คุณระลึกชาติอยู่..และทำได้สำเร็จ มันกลายเป็นเรื่องของจิตสำนึก ดังนั้นที่สุดแล้วไม่มีอะไรที่เป็นจิตสำนึกหรือจิตให้สำนึกเสมอไปหรอก มันขึ้นอยู่กับระดับการรับรู้!


พลังพิเศษของจิตใต้สำนึก
ถ้าสมมุติเราปิดหน้าจอคอม เราก็จะเล่นคอมไม่ได้ เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่สำนึกหรือรับรู้ถึงสิ่งใด เราก็ย่อมไม่สามารถใช้สิ่งนั้นได้ฉันนั้น (แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าจอเปิดเราก็ยังอาจใช้ได้หรือไม่ได้อยู่ดี แต่ที่แน่ๆ เราใช้ไม่ได้เลยถ้าจอไม่เปิด) ดังนั้น เราจะทำอะไร เราต้องทำให้สิ่งนั้นมาอยู่ในขอบเขตของจิตสำนึกของเรา รวมถึงพลังจิต
การเข้าถึงอาณาเขตของบางอย่างที่เคยเป็นจิตใต้สำนึกนี่แหละ ที่มักจะเรียกกันว่า การเปิดจิตใต้สำนึก แต่จริงๆเราแค่ขยายเขตของจิตสำนึกออกไปจนครอบคลุมเรื่องที่เราจะทำนั่นเอง จิตใต้สำนึกไม่ได้เปิดหรือปิดจริงๆหรอกครับ แต่มันเหมือนกับว่าเราแหย่เข้าไปในเขตที่เคยเป็นของจิตใต้สำนึกเท่านั้น
เอาละ พอเราขยายจิตสำนึกหน้าจอเปิด เราก็เล่นคอมได้ ถ้าเรารู้สึกถึงพลังปราณ เราก็หัดใช้ปราณได้ ถ้าเรารู้สึกถึงอารมณ์อย่างทันเวลา เราก็อาจจัดการอารมณ์ได้ และจริงๆแล้ว ยังมีสิ่งต่างๆรอบตัวเราที่รอให้เรารับรู้และใช้งานอีกมากมายมหาศาล นั่นเป็นเหตุผลที่หลายคนจะบอกคุณว่าพลังที่แท้จริงของมนุษย์ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกไงล่ะ! ตัวอย่าง
1.เวลาไฟใหม้ คนส่วนใหญ่ยกของหนักกว่าตัวมากๆแล้ววิ่งได้สบายๆ แต่ปกติทำไม่ได้ เพราะกลไกการออกแรงนั้นอยู่ในจิตใต้สำนึก พวกเขาจึงบังคับมันไม่ได้
2.บางทีเรารับรู้อนาคตอย่างเลือนรางสุดๆจนใช้อะไรไม่ได้ นั่นเป็นเพราะความสามารถในการหยั่งรู้และอำนาจจิตอื่นๆส่วนใหญ่อยู่ในจิตใต้สำนึก
3.ไอเดียหรือความรู้บางอย่างที่ไม่มีใครคิดได้มาก่อนพวกนั้นมีเกลื่อนในจิตใต้สำนึก แต่เรามองไม่เห็น
สรุปแล้ว ถ้าเราขยายจิตใต้สำนึกออกไปมากพอ เราจะรับรู้และมีโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆมากกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้


สัญชาติญาน
ในบางสถานการณ์ เรามักทำอะไรที่เราไม่เคยทำได้โดยไม่รู้ตัว เช่นวิ่งหนีอะไรบางอย่างด้วยความเร็วและความอดทนราวกับนักกีฬาตัวจริง .เพราะตกใจ! หรือบางครั้ง เวลาที่เราต้องเลือกอะไรสักอย่าง เราอาจรู้สึกเหมือนต้องเลือกสิ่งของชิ้นหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ และพบภายหลังว่า นั่นเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว
จริงๆแล้วตลอดเวลาทีเราใช้ชีวิต(หรือก่อนที่เราจะใช้ชีวิต..ถ้าคุณเชื่อเรื่องวิญญาน )จิตของเราได้เก็บข้อมูลและเรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา เพื่อให้เราเอาตัวรอดจากอันตรายได้ทันโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคิด โดยที่การตอบสนองต่ออันตรายนี้จะทำงานโดยอัตโนมัตินั่นคือ ต่อให้เราไม่รู้และไม่ได้สั่ง มันก็ยังทำงาน
ใช่แล้วไม่รู้และไม่ได้สั่ง มันก็ถือเป็นจิตใต้สำนึก ,และแท้ที่จริงข้อมูลและทักษะมหาศาลตั้งแต่การกะพริบตาไปจนถึงการรักษาด้วยพลังจิตและพลังอื่นๆอีกมาก ได้ถูกบันทึกไว้ในส่วนของสัญชาติญาน แต่ชัดเจนมันอยู่ในจิตใต้สำนึก เพราะอะไรน่ะหรือ? มันก็เหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับมือใหม่นั่นแหละ อะไรที่เราไม่จำเป็นต้องสนใจเขาก็ทำมาให้เป็นค่าอัตโนมัติก่อน ไว้ถ้าเราชำนาญเมื่อไหร่ค่อยeditเอา ไม่งั้นปรับมั่วมันจะพังเอาน่ะสิ


การปรับเปลี่ยนระดับจิตสำนึก
และแน่นอน ผมจะจบลงด้วยวิธีฝึก เอาล่ะ บอกตามตรงว่าจริงๆแล้ว วิธีการฝึกเพื่อเปลี่ยนระดับจิตสำนึกนั้นมีเป็นพันครับ! และแต่ละวิธีก็เหมาะกับแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด คุณต้องลองเอง
หลักการก็ง่ายๆ การจะฝึกวิ่ง ก็คือวิ่ง การจะฝึกการรับรู้ ก็คือรับรู้ นี่เป็นตัวอย่างบางวิธีครับ
1.เวลาที่เราเข้าไปในสถานที่ใหม่ๆหรือพบคนใหม่ๆ พยายามสัมผัสความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเรา ความรู้สึกบางอย่างออกมาจากสถานที่หรือบุคคลที่เราติดต่อด้วย

2.ถ้าว่าง จัดท่าทางให้สบาย ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย ไม่จำเป้นต้องหลับตา
หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ยาวๆ นับจังหวะหายใจเข้าและออกให้เท่ากัน ความยาวไม่สำคัญเท่าจังหวะ ต้องให้สม่ำเสมอเท่ากันทั้งเข้าออก ถ้าจะเปลี่ยนความยาวก็ต้องเปลี่ยนให้เท่ากันด้วย ทำแบบนี้ไปสักพัก จะรู้สึกสบาย จิต จะละเอียดขึ้น
กำหนดจุดสนใจไปที่ลมหายใจ ตัดความสนใจเรื่องอื่นๆออกไป(จริงๆเราควรจะจดจ่อที่ลมหายใจอยู่แล้ว แต่ถ้าเผลอกลับมาก่อน) จากนั้นขยายออกไปทั่วตัว สัมผัสการเคลื่อนไหวภายใน ลมหายใจ ปอด แรงสะเทือน ฯลฯ
ขยายออกไปอีก สัมผัสอากาศรอบๆตัว รอบๆห้อง
และขยายออกไปอีกถ้าทำได้ แน่นอน เราต้องรู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ในขอบเขตนั้นด้วย ไม่ว่าอะไรที่มีอยู่ในนั้นแม้เล็กน้อย เราต้องรู้สึกมันทุกรายละเอียด เพียงแค่รับรู้เฉยๆ อย่าไปวุ่นวายตัดสินหรือคิดอะไรต่อเนื่อง ระหว่างที่ทำแบบนี้ จะมีความคิดหลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แรกๆเราจะควบคุมมันไม่ได้ อย่าซีเรียสครับ มันควรจะเป็นแบบนั้น แต่ที่จะต้องทำให้ได้คือ ดูมัน ว่ามันเป็นความคิดหรือความรู้สึกอะไร และที่สำคัญ อย่าไปตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดี สำรวจมันอย่างธรรมชาติ การสำรวจความจิตและความคิดในขณะที่มันทำงานโดยอิสระเป็นจุดสำคัญของแบบฝึกนี้ ขอให้ฝึกจนชำนาญ แบบฝึกนี้จะเป็นพื้นฐานให้กับแบบฝึกหลังๆครับ


สรุป
1.จิตสำนึก คือขอบเขตที่เรารับรู้ได้ ซึ่งไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับของจิต
2.ในจิตใต้สำนึกมีสิ่งต่างๆซ่อนอยู่มากมายรอให้เราค้นพบและเล่นกับมัน
3.แต่โดยธรรมชาติ เราจะไม่ได้สัมผัสและควบคุมสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
4.การฝึกเปลี่ยนระดับจิตใต้สำนึก มีหลักการง่ายๆแค่ตั้งใจรับรู้และสังเกตรายละเอียดของสิ่งที่เป็นเป้าหมายในการฝึก ซึ่งในขั้นต้น ผมแนะนำอย่างสูงให้ฝึกสังเกตความรู้สึกนึกคิดของเราเอง
edit @ 2006/06/19 18:09:31


edit @ 2006/06/19 18:38:01


edit @ 2006/06/22 23:41:15
edit @ 2006/09/06 14:56:39

Comment

Comment:

Tweet


big smile big smile
#71 by (27.55.81.47|27.55.81.47) At 2015-04-20 10:43,
ดีๆครับอยากใช้พลังจิต ทำให้ลอย ครับ อยากลอยได้ อยากใช้จิตหยิบ ปากกา ดินสอ ครับ sad smile
#70 by BigYaiz (103.7.57.18|223.204.135.126) At 2012-07-12 18:47,
big smile  so good big smile  
#69 by good good (103.7.57.18|1.4.137.23) At 2012-06-23 19:12,
ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลทางด้านพลังจิตนะครับ มันน่าจะมีประโยชน์ครับ sad smile
#68 by บูม (103.7.57.18|182.53.139.76) At 2012-05-04 10:16,
อยากมีพลังจิตเยอะๆจังเลยเป้นอะไรที่เหนือธรรมชาติสามารถห้าม ดิน นำ ลม ไฟ ได้ จะดีมากเลยopen-mounthed smile sad smile
#67 by ai (110.49.243.93) At 2012-01-17 15:36,
ดูไปดูมามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหไหร่นัก ต้องเป็นคนจิตนิ่งและแข็งเท่านั้นที่จะทำได้ double wink open-mounthed smile sad smile angry smile
#66 by ai (110.49.243.93) At 2012-01-17 15:29,
ลองแล้วฝึกขั้นที่2อยู่ แค่เพิ่งลองรู้สึกปวดหัวมาก หน้ามืดขึ้นมาทันที แน่นหน้าอกมากเพราะว่าต้องใช้พลังมาก
#65 by นายอิทธิพัทธ์ ทืมสวาสดิ์ (110.49.243.93) At 2012-01-17 15:19,
หนูก็เคยรู้สึกนะคะ ..แค่ความรู้สึก แบบว่า รู้สึกเหมือนเหตุการณ์นี้เหมือนเคยผ่านมาแล้ว ทั้งๆที่มันเพิ่งจะเป็นครั้งแรก นั่นทำให้หนูงงมากเลยทีเดียว สรุป มันเคยผ่านเหตุการณ์นี้มารึยังไง หนูเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้วค่ะในขีวิตT_T
#64 by ฝ้าย (101.109.245.144) At 2012-01-12 20:15,
#63 by tasanee (113.53.238.34) At 2011-09-20 13:04,
ยาก
#62 by ... (113.53.25.176) At 2011-04-13 11:32,
ขอบคุณมาก
#61 by kaewdee.boontom (84.196.192.118) At 2011-03-03 05:43,
#60 by (115.87.178.52) At 2010-10-12 15:13,
ทำไมแบบฝึกที่2ยากจังอ่ายังทำไม่ได้เลยแบบฝึกที่1ทำไม่ถึง5นาทีก็ทำได้และแต่จะพยายามฝึกแบบที่2จนกว่าจะได้
#59 by ฮีโร่ (58.9.230.67) At 2010-08-12 22:47,
ทำยังไงคับ


ผมเริ่มงงแล้ว คับ

ใครก็ได้ช่วยมาส่อนผมหน่อยคับ

ผมอยากมีพลังจิตอย่างคนอืน

gukarn-za@hotmail.com

นี่m ผมคับ
#58 by gukarn (117.47.36.231) At 2010-08-04 17:19,
ทำยังไม คัฟ ผมทำไม่เป็น คัฟ

ช่วยสอนผมหน่อย คับ
#57 by karn (117.47.36.231) At 2010-08-04 17:17,
thx a lot kub
#56 by (125.25.138.247) At 2010-07-10 03:19,
ผมชอบเรื่องแบบนี้มากครับ อย่ากอ่านเรื่องกระแสจิ ต
โทรจิต จัง55555+
#55 by (203.172.178.165) At 2010-06-29 11:30,
ชอบมากๆ กำลังฝึกอยู่ค่ะ จะพยายามต่อไป
#54 by พิ้งค์กี้ (71.12.10.202) At 2010-06-16 21:51,
ขอบคุณมากนะคับ ผมสนใจมากคับ
#53 by หนึ่ง (203.131.211.154) At 2010-04-27 23:57,
เอ่อ
หนูไม่รู้ว่าหนูคิดไปเองรึป่าว
แต่หนูคิดว่า
เวลาเห็นเพื่อนทำอะไร
มันเหมือนกับว่าหนูเคยฝันเรื่องนี้มาแล้ว
แล้วมันก็มาเป็นความจิงอ่ะค่ะ
#52 by .... (118.172.196.181) At 2010-02-28 08:10,
ผมเพิ่งมาเจอเวปนี้และได้อ่านเรื่องของจิตใต้สำนึก ผมเลยนึกถึงตอนเด็กๆมีครั้งนึงในชีวิต ไม่รู้ว่าสิ่งศักดิ์ ลงโทษผมหรือว่าเป็นเพราะพลังจากจิตใต้สำนึกของผม คือตอนเด็กๆ ผมเป็นเด็กดีมาก และกำลังจะแตกเนื้อหนุ่มเลยแอบหาหนังสือโป๊มาดู ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ใจวันดันคิดชั่ว อยากแอบดูร่องอกของพี่สาว ทันใดนั้นในใจก็รู้สึกผิดมาแวบนึงและก็คิดว่ากลัวพระภูมิเจ้าที่หรืออะไรสักอย่างจะลงโทษโดยคิดวิธีจากหนังผีว่าไฟจะดับและประตูจะเขย่าใช้เวลาคิดทั้งหมดแค่เสี้ยววินาที ไฟดับแล้วประตูหน้าต่างทั้งหมดก็เขย่า ผมก็เลยนอนคลุมโปงตัวสั่นเลยครับ ผมมาคิดย้อนตรงนี้ว่าวันนั้นผมโดนพระภูมิเจ้าที่ลงโทษหรือเป็นเพราะพลังของผมเอง รบกวนเมลบอกผมหน่อยนะครับผมชักเริ่มสนใจจริงจังครับteamcash@gmail.com
#51 by ไม่ขอเอ่ยนาม (180.183.97.192) At 2010-01-10 00:39,
ยินดีสอนเทคนิคเกี่ยวกับพลังจิตครับ สะกดจิต อ่านใจ งอหรือหัก วัตถุ เคลื่อน ย้าย /ควบคุม สิ่งของ สร้างกระแสไฟฟ้าในร่างกาย สนใจติดต่อ 083084-5627 คุณ โอ
#50 by ocm (58.9.78.205) At 2009-10-20 13:51,
จะลองดูครับอย่างน้อยมันก็คงทำให้จิตสงบดีขึ้น
#49 by LAIO (125.25.33.102) At 2009-10-19 20:26,
คู่มือสวดมนต์จิตใจจะได้สงบและมีสมาธิ
http://xn--42c6adp2bb4bxa0a3hua4plc.blogspot.com/big smile big smile big smile
#48 by คู่มือสวดมนต์ (203.148.210.50) At 2009-10-16 16:53,
..ครับผมพึ่งเข้ามาดูเป็นครั้งแรก...
..และมันเป็นอะไรที่น่าสนใจนะ...
..แต่ดูเหมือนยากอ่ะ..
..แต่ผมจะลองๆทำดูครับ...
................
..แต่ล่าสุดผมลองนั่งสมาธินะแต่..
..ผมนั่งได้ไม่เกิน 10 นาทีอ่ะ..
.........................surprised smile sad smile embarrassed
#47 by แม๊ก.. (203.155.47.14) At 2009-09-29 12:56,
รู้สึกปวดหว่างคิ้ว กลางสมอง หลังจากฝึก ควรทำอย่างไรต่อครับ
#46 by (125.26.81.80) At 2009-09-04 11:31,
open-mounthed smile
#45 by (210.86.220.225) At 2009-07-28 16:30,
ต้องเชื่อ เท่านั้น จงเชื่อ ในพลังแห่งความศรัทธา
#44 by musasi (119.42.76.55) At 2009-07-05 22:20,
แล้วคุณเชื้อเรื่องพลัง จิตนี้ หรือไม่ ครับ
ผมได้ลอกทำการฝึกดู มันทำไห้ผมหมดแรง
ไปใน ช่วง เวลาหนึ่ง เลยทีเดียว
แค่คุณ ลองเพ้งจิต ไปที สิ่งของ
แล้วคิดว่า มันต้อง ขยับได้ คิดว่าลอยมันก็ลอย
แต่บอกไว้ก่อนเลยนะครับ
เป็นความสามารถขอ
แต่ล่ะ คน เราอาจจะมีพลังทีน้อยมากหรือไม่มีเลยก็ได้
#43 by ผมในนาม สมองกล (222.123.161.77) At 2009-06-12 19:44,
big smile cry double wink wink surprised smile embarrassed question
#42 by (202.28.64.1) At 2009-05-13 23:42,
#41 by kill (118.175.148.216) At 2009-05-13 12:44,
น่าสนใจลองดูครับbig smile big smile
#40 by (124.121.94.196) At 2009-04-24 07:11,
จิตใต้สำนึกกับสัณชาตญาณเหมือนกันป่าวครับ ผมอยากรู้ครับ ช่วยตอบให้ที กำลังสงสัย
#39 by ~ •สายลมที่แผ่วเบา• ~ (222.123.213.186) At 2009-04-15 12:54,
--กะลังฝึดอยู่คะ - -
#38 by หนยิงหวาน (58.8.190.114) At 2009-03-06 20:56,
ชอบมากครับ

จะติดตามและฝึกให้สำเร็จทุกบทเรียนเลย
#37 by เด็กใหม่ (124.121.26.133) At 2009-02-26 01:49,
เราว่าการที่มีพลังจิตเปงสิ่งที่ดีเพราะเปงการสร้างที่เรามีกันอยู่ทุกคน ให้เด่นชัดขึ้นในแต่ล่ะด้าน
ที่จามาพูดก็คือ พลังจิตที่ใช้ในการมองเห็นหรือง่ายๆคือ ตาที่สาม ตอนแรกดิฉันก้อยากเปิดตาที่สามให้ได้
แต่ได้รับรุ้ถึงโทดของมัน ว่าเราสามารถเห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน บางอย่างเป็นสิ่งที่ควรเห็นแล้วสิ่งที่ไม่ควรเห็นล่ะมันก้มีนะคะ อย่างเช่น เรามองเห็นวิญาณที่มาขอส่วนบุญ(อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล)หรือไม่ก้เห็นคนร้ายกำลังฆาตกรรมคนอยู่ เห็นคนป่วยที่ใกล้จะตาย เห็นคนที่ทุกข์ร้อน นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คุณทุกข์ไปด้วย
สิ่งที่ดีก้มีนะคะ คือเราเห็นสิ่งดีดีต่างๆทั้งสวรรค์ และสิ่งอื่นๆที่มันดี
การมีตาที่สามนั้นจากการอ่านมานะคะ มันสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ ทุกอย่างจิงๆทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายถึงร้ายมาก คุณอาจจะเสียใจแทนเค้าเหล่านั้น แต่คุณกลับช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลยมันจะอึดอัดขนาดไหนคะคุณว่า? กับการที่มองเห็นเค้าเหล่านั้นมีทุกข์อย่างที่เราไม่สามารถช่วยอะไรได้มีเพียงการภวานาขอให้เค้าเหล่านั้นไปดี
แต่หากใครที่มีจิตที่เข้มแข็งพอ ก็สามารถเปิดตาที่สามของคุณได้
แต่หากใครที่อยากเปิดตาที่สามและหาวิธีต่างๆจนเปิดตาที่สามได้สำเร็จดิชั้นบอกได้คำเดียวว่า คุรมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 1 เดือนหรอกเพราะคุณจะเป็นบ้าหรือไม่ก็ฆ่าตัวตายไปซะก่อนเพราะเค้าคนนั้นไม่มีจิตที่เข้มแข็งพอเค้าจะรับสิ่งเหล่านั้นไม่ไหว คือรับการเปลี่ยนที่น่ากลัวไม่ไหว

เพราะฉะนั้นดิชั้นไม่ได้มาห้ามคุณไม่ไห้เปิดตาที่สามแต่แค่มาแนะนำเกี่ยวกับสิ่งนี้ว่า ถ้าหากเปิดตาที่สามได้ก็ต้องฝึกสมาธิอย่างน้อย 3 ปีคุณถึงไม่มีอันตรายต่อตาที่สามของคุณจงตั้งอยู่ในสติแล้วคุณจะปลอดภัย
ดิชั้นขอเตือนแค่นี้
และดิชั้นก็ไม่ได้เปิดตาที่สามได้ แต่คุณเคยได้ยินไหมคะว่าบางสิ่งไม่จำเป็นต้องทดลองแต่รุ้ด้วยตัวเองได้
ใครอยากรุ้เรื่องราวต่างๆหรือมีอะไรดีดีมาแนะนำ
ก็แอดมาไดที่อีเมลนี้คะ boom_1123@hotmail.com
ขอให้โชคดีsad smile
#36 by บูม (125.27.112.93) At 2009-02-24 21:58,
Exzodiasatan666@hotmail.comg ลืมให้เมลอิอิ
#35 by m (222.123.17.12) At 2009-02-22 21:29,
ใครที่ผิดจิตได้แข็งแกร่งมีหลักหรือเทคนิคอะไรก้อมาสอนผมบ้างน่ะครับ ผมจะพัฒนาให้เปนเวทมนต์ ในจิตใร้สำนึกไม่มีอะไรที่บันทึกลงไปแล้วเปนไปไม่ได้ ช่วยบอกด้วยน่ะครับ
#34 by M (222.123.17.12) At 2009-02-22 21:28,
หวัดดีคะ
ดิชั้นพึ่งเข้ามาอ่านใน blog นี้รุ้สึกดีนะคะที่ผู้เขียนซึ่งดิชั้นไม่รุ้จักเขียนขึ้น เพราะจะได้ช่วยดิชั้นและอีกหลายๆคนในการฝึกพลังแห่งจิตในแกร่งขึ้น
หรือคนที่ไม่เคยรุ้ตัวมาก่อน

ดิชั้นก้ฝึกเรื่องพวกนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้จิงจังมากนักนัก และฝึกไม่ดีเท่าไร เพราะว่าดิชั้นรุ้สึกใช้มันไม่ถูกหลัก สิ่งที่ดิชั้นสามารถทำได้ก้มี การอ่านใจคน
การทำนายอนาคต และการควบคุมสิ่งของ
อ่านใจคนได้ดิชั้นทำได้ตั้งแต่ป.5
และการทำนายอนาคตก้มีบ้าง บางครั้งก้พุดในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ตรงแต่ดิชั้นก้ใชตรรกะด้วยก้คงไม่ถือว่าทำนายอนาคตได้มั้ง!คะ
และเรื่องที่ควบคุมสิ่งของได้นั้นดิชั้นก้ทำได้ไม่มากนัก
แค่ขยับของไปตามมือ ไม่ได้ให้มันลองขึ้นเพราะทำไม่ได้ แต่มันก้ทำให้ดิชั้นได้รุ้ว่าตนเองก้ทำได้
สรุปคือ ดิชั้นยังไม่มีสมาธิพอ และยังฝึกฝนไม่เท่าไร
แต่ยังเหลือเวลาอีกหลายปีมากกว่าดิชั้นจะเป็นผู้ใหญ่
ตอนนี้ดิชั้นอายุ 12 ปี
ใครอยากคุยหรือให้วิธีการต่างๆให้การเสริมสร้างพลังจิตให้แกร่งขึ้น หรือไม่ก้สอบถามเกี่ยวกับประสบการข้างต้นนี้ก้แอดมาที่ E-mail:นี้ boom_1123@hotmail.combig smile
#33 by บูม (125.27.116.111) At 2009-02-22 18:51,
ผมสนใจด้านนี้
อย่ารับรู้ไวไว
รู้แค่พอรับได้ก็พอ
ปล.เบลล์
#32 by วิชัยยุทธ (114.128.51.223) At 2009-02-05 04:21,
#31 by วิชัยยุทธ (114.128.51.223) At 2009-02-05 04:19,
cry question angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile
#30 by (125.25.248.173) At 2009-01-23 12:07,
ผมจะใช้พลังในการดำรงอยู่เพื่อวิชาทั้งหมดในโลก
#29 by แสงอุษา (202.28.35.2) At 2008-12-02 15:44,
ผมก็กำลังฝึกอยู่... รู้สึกว่าจิตเป็นตัวสัมผัสที่ไวที่สุดในทุกปะสาทสัมผัสของร่างกาย อาจจะใช่ ที่ ตา หู จมูก ปาก จะเป็นส่วนสัมผัสแรก แต่ถ้าจิตเราไม่ได้สำนึกในสิ่งนั้น เราก็จะไม่รับรู้
#28 by Na Guitar (58.9.123.152) At 2008-11-26 05:41,
สนใจเรื่องพลังจิตใต้สำนึกค่ะ อยากรู้จักเพื่อน ๆ ที่ฝึกพลังจิตใต้สำนึกนะค่ะ อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรึกษาหารือ ขอบคุณค่ะ
#27 by aewjauka (125.26.124.84) At 2008-10-13 22:11,
น่าสนไจมาก
#26 by (117.47.67.26) At 2008-09-25 20:03,
เริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆครับต้องอ่านให้จบ
#25 by พระรามน้อย (203.209.127.172) At 2008-09-11 20:37,
อยากใช้พลังหัยได้เร็วจังงับ
LinDa-[M]an
#24 by (61.7.252.242) At 2008-09-02 10:22,
ผ ม ย ม ก
ม า ค ล ดู
ช ก รั อ แ ดีมากเลยครับ
อ เ บ ง ล้
บ ล ผ ฝึ ว big smile
#23 by แอร์ (125.25.22.167) At 2008-08-06 01:02,
ผมนะครับ

รู้สึกเหมือนกับเหตุการณ์มันซ้ำแล้วก็จำไม่ได้ว่าเกิดเมื่อไหร่แต่รู้สึกทุกวันมันจะเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว

อยากทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไง
#22 by (222.123.76.15) At 2008-07-26 15:04,