2006/Jun/19

ในคราวที่แล้ว เราเรียนรู้(และหลายคนสามารถพิสูจน์ได้)ว่า เราทุกคนสามารถใช้พลังจิตได้ และคราวนี้ เราจะเริ่มเรียนรู้การทำงานของพลังจิต โดยเริ่มจาก รู้จักกับจิตใต้สำนึก(subconscious mind)

คำว่าจิตใต้สำนึกนี้ เราจะพบในหนังสือ เวบไซต์ และสถาบันที่ศึกษาเรื่องพลังจิตแทบทุกที่ ว่ากันว่า จิตใต้สำนึกของเรานั้นมีพลังไร้ขีดจำกัด และว่ากันว่า ถ้าเราไม่รู้จักจิตสำนึกแล้วเราใช้ความสามารถเพียง7% แล้วก็ว่ากันว่า(อีกแล้ว!) ว่าในการใช้พลังพิเศษ เราต้องใช้พลังจากจิตใต้สำนึก สรุปแล้วจิตใต้สำนึกมันทำไมสำคัญนัก มันคืออะไรกันแน่ ในครั้งนี้เราจะคุยกันถึงเรื่องนี้กัน

1.เรื่องของจิตและจิตสำนึก
ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจว่าจิตคืออะไรกันแน่ เพราะจริงๆแล้ว จิตเองมีการใช้กันอย่างสับสน บางทีเราจะพูดว่าจิตแข็ง นั่นแสดงถึงระดับความมานะและความดื้อรั้น จิตตก นั่นหมายถึงกำลังใจ จิตหลอนนั่นหมายถึงการรับรู้ข้อมูลซึ่ง(คนอื่นแน่ใจว่า)ไม่มีจริง เริ่มงงหรือยังครับ ว่าจิตคืออะไรกันแน่
หมายถึงอะไรก็แล้วแต่คนพูดน่ะสิครับ บางทีเขาอาจจะหมายถึงน้องสาวเพื่อนที่ชื่อจิตก็ได้ แต่เรื่องของเรื่องสิ่งที่เราต้องจำไว้ก็คือ สำหรับบทความนี้ เราจะพูดถึงจิตที่หมายถึงสิ่งที่เรารับรู้
จริงๆแล้ว รอบๆตัวเรานี้เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง บางอย่างพบเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือรับรู้ได้ง่ายๆ เช่นหน้าจอคอมนี้ มือของคุณ และคีย์บอร์ด เป็นสิ่งที่จิตเรารับรู้ได้ง่ายๆ ซึ่งก็คือจิตของเราสามารถสำนึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน มีบางอย่างที่รับรู้ยาก เช่นการเต้นของหัวใจ การไหลของพลาสม่าบนจอมอนิเตอร์ วิญญาณ และความรู้สึกของคนอื่นที่อยู่รอบๆเรา ที่ปกติเราจะไม่รู้สึก และนั่นหมายความว่า จิตของเราไม่ได้สำนึกถึงสิ่งเหล่านั้น
ดังนั้นจิตสำนึก ก็คือการรับรู้ของจิต ถ้าเราสำนึกผิด แสดงว่าเรารับรู้กระบวนการต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เราพลาด แต่ถ้าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรผิด เรายังไม่สำนึกผิดเลย( เอาล่ะ ผมไม่ได้บอกว่าคุณทำอะไรผิดหรอกครับ ไม่ต้องร้อนตัวไป!)
และเดี๋ยวนี้ เราเรียกสิ่งที่อยู่นอกจิตสำนึกซึ่งเราจะไม่รู้สึก ว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใต้จิตสำนึก หรือจิตใต้สำนึกนั่นเอง เช่นเวลาที่เราไม่รู้สึกถึงการเต้นของชีพจร การเต้นของชีพจรก็อยู่ในเขตจิตใต้สำนึก เวลาที่เราเกิดโกรธใครโดยไม่รุ้ตัว เราก็โกรธจากจิตใต้สำนึก


ระวังอย่าเข้าใจผิด!
หลายๆคนและหนังสือหลายๆเล่มพยายามจัดประเภทของกิจกรรมและเรื่องราวต่างๆแต่ละอย่างว่าตกอยู่ในเขตของจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก แต่จริงๆแล้วอย่าลืมว่า ขอบเขตของมันอยู่ที่การรับรู้ ถ้าเรารู้โดยชัดเจน มันคือจิตสำนึก เช่นการระลึกชาติปกติเราไม่รู้ ดังนั้นมันคือจิตใต้สำนึก แต่ในขณะที่คุณระลึกชาติอยู่..และทำได้สำเร็จ มันกลายเป็นเรื่องของจิตสำนึก ดังนั้นที่สุดแล้วไม่มีอะไรที่เป็นจิตสำนึกหรือจิตให้สำนึกเสมอไปหรอก มันขึ้นอยู่กับระดับการรับรู้!


พลังพิเศษของจิตใต้สำนึก
ถ้าสมมุติเราปิดหน้าจอคอม เราก็จะเล่นคอมไม่ได้ เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่สำนึกหรือรับรู้ถึงสิ่งใด เราก็ย่อมไม่สามารถใช้สิ่งนั้นได้ฉันนั้น (แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าจอเปิดเราก็ยังอาจใช้ได้หรือไม่ได้อยู่ดี แต่ที่แน่ๆ เราใช้ไม่ได้เลยถ้าจอไม่เปิด) ดังนั้น เราจะทำอะไร เราต้องทำให้สิ่งนั้นมาอยู่ในขอบเขตของจิตสำนึกของเรา รวมถึงพลังจิต
การเข้าถึงอาณาเขตของบางอย่างที่เคยเป็นจิตใต้สำนึกนี่แหละ ที่มักจะเรียกกันว่า การเปิดจิตใต้สำนึก แต่จริงๆเราแค่ขยายเขตของจิตสำนึกออกไปจนครอบคลุมเรื่องที่เราจะทำนั่นเอง จิตใต้สำนึกไม่ได้เปิดหรือปิดจริงๆหรอกครับ แต่มันเหมือนกับว่าเราแหย่เข้าไปในเขตที่เคยเป็นของจิตใต้สำนึกเท่านั้น
เอาละ พอเราขยายจิตสำนึกหน้าจอเปิด เราก็เล่นคอมได้ ถ้าเรารู้สึกถึงพลังปราณ เราก็หัดใช้ปราณได้ ถ้าเรารู้สึกถึงอารมณ์อย่างทันเวลา เราก็อาจจัดการอารมณ์ได้ และจริงๆแล้ว ยังมีสิ่งต่างๆรอบตัวเราที่รอให้เรารับรู้และใช้งานอีกมากมายมหาศาล นั่นเป็นเหตุผลที่หลายคนจะบอกคุณว่าพลังที่แท้จริงของมนุษย์ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกไงล่ะ! ตัวอย่าง
1.เวลาไฟใหม้ คนส่วนใหญ่ยกของหนักกว่าตัวมากๆแล้ววิ่งได้สบายๆ แต่ปกติทำไม่ได้ เพราะกลไกการออกแรงนั้นอยู่ในจิตใต้สำนึก พวกเขาจึงบังคับมันไม่ได้
2.บางทีเรารับรู้อนาคตอย่างเลือนรางสุดๆจนใช้อะไรไม่ได้ นั่นเป็นเพราะความสามารถในการหยั่งรู้และอำนาจจิตอื่นๆส่วนใหญ่อยู่ในจิตใต้สำนึก
3.ไอเดียหรือความรู้บางอย่างที่ไม่มีใครคิดได้มาก่อนพวกนั้นมีเกลื่อนในจิตใต้สำนึก แต่เรามองไม่เห็น
สรุปแล้ว ถ้าเราขยายจิตใต้สำนึกออกไปมากพอ เราจะรับรู้และมีโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆมากกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้


สัญชาติญาน
ในบางสถานการณ์ เรามักทำอะไรที่เราไม่เคยทำได้โดยไม่รู้ตัว เช่นวิ่งหนีอะไรบางอย่างด้วยความเร็วและความอดทนราวกับนักกีฬาตัวจริง .เพราะตกใจ! หรือบางครั้ง เวลาที่เราต้องเลือกอะไรสักอย่าง เราอาจรู้สึกเหมือนต้องเลือกสิ่งของชิ้นหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ และพบภายหลังว่า นั่นเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว
จริงๆแล้วตลอดเวลาทีเราใช้ชีวิต(หรือก่อนที่เราจะใช้ชีวิต..ถ้าคุณเชื่อเรื่องวิญญาน )จิตของเราได้เก็บข้อมูลและเรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา เพื่อให้เราเอาตัวรอดจากอันตรายได้ทันโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคิด โดยที่การตอบสนองต่ออันตรายนี้จะทำงานโดยอัตโนมัตินั่นคือ ต่อให้เราไม่รู้และไม่ได้สั่ง มันก็ยังทำงาน
ใช่แล้วไม่รู้และไม่ได้สั่ง มันก็ถือเป็นจิตใต้สำนึก ,และแท้ที่จริงข้อมูลและทักษะมหาศาลตั้งแต่การกะพริบตาไปจนถึงการรักษาด้วยพลังจิตและพลังอื่นๆอีกมาก ได้ถูกบันทึกไว้ในส่วนของสัญชาติญาน แต่ชัดเจนมันอยู่ในจิตใต้สำนึก เพราะอะไรน่ะหรือ? มันก็เหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับมือใหม่นั่นแหละ อะไรที่เราไม่จำเป็นต้องสนใจเขาก็ทำมาให้เป็นค่าอัตโนมัติก่อน ไว้ถ้าเราชำนาญเมื่อไหร่ค่อยeditเอา ไม่งั้นปรับมั่วมันจะพังเอาน่ะสิ


การปรับเปลี่ยนระดับจิตสำนึก
และแน่นอน ผมจะจบลงด้วยวิธีฝึก เอาล่ะ บอกตามตรงว่าจริงๆแล้ว วิธีการฝึกเพื่อเปลี่ยนระดับจิตสำนึกนั้นมีเป็นพันครับ! และแต่ละวิธีก็เหมาะกับแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด คุณต้องลองเอง
หลักการก็ง่ายๆ การจะฝึกวิ่ง ก็คือวิ่ง การจะฝึกการรับรู้ ก็คือรับรู้ นี่เป็นตัวอย่างบางวิธีครับ
1.เวลาที่เราเข้าไปในสถานที่ใหม่ๆหรือพบคนใหม่ๆ พยายามสัมผัสความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเรา ความรู้สึกบางอย่างออกมาจากสถานที่หรือบุคคลที่เราติดต่อด้วย

2.ถ้าว่าง จัดท่าทางให้สบาย ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย ไม่จำเป้นต้องหลับตา
หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ยาวๆ นับจังหวะหายใจเข้าและออกให้เท่ากัน ความยาวไม่สำคัญเท่าจังหวะ ต้องให้สม่ำเสมอเท่ากันทั้งเข้าออก ถ้าจะเปลี่ยนความยาวก็ต้องเปลี่ยนให้เท่ากันด้วย ทำแบบนี้ไปสักพัก จะรู้สึกสบาย จิต จะละเอียดขึ้น
กำหนดจุดสนใจไปที่ลมหายใจ ตัดความสนใจเรื่องอื่นๆออกไป(จริงๆเราควรจะจดจ่อที่ลมหายใจอยู่แล้ว แต่ถ้าเผลอกลับมาก่อน) จากนั้นขยายออกไปทั่วตัว สัมผัสการเคลื่อนไหวภายใน ลมหายใจ ปอด แรงสะเทือน ฯลฯ
ขยายออกไปอีก สัมผัสอากาศรอบๆตัว รอบๆห้อง
และขยายออกไปอีกถ้าทำได้ แน่นอน เราต้องรู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ในขอบเขตนั้นด้วย ไม่ว่าอะไรที่มีอยู่ในนั้นแม้เล็กน้อย เราต้องรู้สึกมันทุกรายละเอียด เพียงแค่รับรู้เฉยๆ อย่าไปวุ่นวายตัดสินหรือคิดอะไรต่อเนื่อง ระหว่างที่ทำแบบนี้ จะมีความคิดหลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แรกๆเราจะควบคุมมันไม่ได้ อย่าซีเรียสครับ มันควรจะเป็นแบบนั้น แต่ที่จะต้องทำให้ได้คือ ดูมัน ว่ามันเป็นความคิดหรือความรู้สึกอะไร และที่สำคัญ อย่าไปตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดี สำรวจมันอย่างธรรมชาติ การสำรวจความจิตและความคิดในขณะที่มันทำงานโดยอิสระเป็นจุดสำคัญของแบบฝึกนี้ ขอให้ฝึกจนชำนาญ แบบฝึกนี้จะเป็นพื้นฐานให้กับแบบฝึกหลังๆครับ


สรุป
1.จิตสำนึก คือขอบเขตที่เรารับรู้ได้ ซึ่งไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับของจิต
2.ในจิตใต้สำนึกมีสิ่งต่างๆซ่อนอยู่มากมายรอให้เราค้นพบและเล่นกับมัน
3.แต่โดยธรรมชาติ เราจะไม่ได้สัมผัสและควบคุมสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
4.การฝึกเปลี่ยนระดับจิตใต้สำนึก มีหลักการง่ายๆแค่ตั้งใจรับรู้และสังเกตรายละเอียดของสิ่งที่เป็นเป้าหมายในการฝึก ซึ่งในขั้นต้น ผมแนะนำอย่างสูงให้ฝึกสังเกตความรู้สึกนึกคิดของเราเอง
edit @ 2006/06/19 18:09:31


edit @ 2006/06/19 18:38:01


edit @ 2006/06/22 23:41:15
edit @ 2006/09/06 14:56:39
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
วันนี้มาอ่านตอนที่สอง
คุณครับ อ่าน ๆดูแล้วเหมือน อานาปานสติ จิตตานุสติ กายคตาสติ เลยครับ

อืม หรือว่า การฝึกสติ ฝึกสมาธินี่ ที่จริงก็คือการฝึก "พลัง" จิตหรือครับนี่
#1  by  Plin, :-p At 2006-06-25 09:52, 
อานาปานสติ จิตตานุสติ กายคตาสติ เป็นพื้นฐานที่ดีเยียมให้กับพลังจิตครับ แต่ไม่ใช่พลังจิต คือ เหมือนกับเสาเอกของบ้าน..ก็ไม่ใช่บ้านนั่นแหละ
#2  by  temujin At 2006-06-25 21:29, 
เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ
#3  by  ดาว (58.9.38.56) At 2006-08-10 14:45, 
สนใจการสั่งจิตใต้สำนึกสอบถามได้นะคะ 0-5825-1671
#4  by  ทราแก้ว (58.10.155.153) At 2006-09-20 10:36, 
เอาอีกๆๆๆ
#5  by   (203.188.27.221) At 2007-05-27 20:00, 
ผมสนใจเรื่องนี้มานานแล้วพอได้อ่านรู้สึกดีมากๆผมจะลองทำให้ได้เพื่อประโยชน์ของผมเอง
#6  by  ฟากัส (203.113.45.228) At 2007-06-03 18:05, 
ผมขอแบบฝึกเพิ่มอีกได้ไหมครับ
#7  by   (203.113.45.228) At 2007-06-07 18:55, 
ชอบคับ
#8  by   (124.121.136.247) At 2007-06-22 14:15, 
ดีครับ ชอบ ตอนนี้ก็ฝึกอยู่ ไม่รู้ว่ามีใครลองหรือยังคือ ขั้นตอนมันเป็นอย่างงี้

1.หาน๊อตตัวเล็กๆ มาผูกกับด้าย

2.ถือไว้ให้นิ่ง (หรือแขวนไว้ก็ได้ แต่ต้องนิ่งๆ)

3.เพ่งไปที่น๊อตตัวนั้นแหละ

4.บังคับให้มันไปทาง ซ้ายขวา,หน้าหลัง,วงกลม

5.หากเรามีพลังจิตมาก มันก็จะไปแรงมาก สามารถเพิ่มความแรงด้วยคำว่า แรงขึ้น


ลองมาแล้ว เป็นความจิง ...
#9  by  Shadow mask (222.123.4.215) At 2007-07-18 21:53, 
ลองเเล้ว หายตัวได้ ไม่เชื่อนอนดู
#10  by  เเด (61.7.218.74) At 2007-07-26 10:37, 
ผมอยากฝึกพลังจิตให้ได้คับ เพราะจะได้ใช้พลังจิตรักษาพ่อที่ป่วยเป็นเป็นอัมพาส เพราะตอนที่พ่อผมป่วยใหม่ ๆ และผมก็ยังเล็กอยู่ แม่ผมก็ได้ข่าวว่ามีบาทหลวงที่ใช้พลังจิตรักษาคนป่วยมาจากต่างประเทศ จะมาที่จังหวัดมุกดาหาร แม่ผมก็เลยพาพ่อผมไปเพื่อที่จะได้ให้บาทหลวงใช้พลังจิตรักษา แต่พอไปถึงคนแห่กันไปเต็มแทบที่จะไม่มีที่เดิน สักพักบาทหลวงก็ออกมาจากห้องตอนรับ เพื่อที่จะไปรักษาคนที่เจ็บป่วย คนที่เจ็บป่วยส่วนมากที่ไปก็มีแต่คนเป็นอัมพาส พอบาทหลวงออกมาแล้วทั้งคนป่วยและคนดีก็พากันรุมไปที่บาทหลวงเพื่อที่จะให้บาทหลวงรักษา บาทหลวงจะรักษาโดยการจับมือคนป่วย แม่ผมก็เลยพาพ่อผมเข้าไปแต่ไปไม่ถึงตัวบาทหลวงเพราะคนเยอะมาก แต่คนป่วยที่จับโดนมือบาทหลวงเค้าก็หายจากป่วย คนที่เป็นอัมพาสที่นั่งรถเข็นอยู่พอได้จับมือบาทหลวงก็หายลุกขึ้นวิ่งได้ นับหลายคน (เพราะสาเหตุนี้และผมจึงอยากมีพลังจิตใครที่พอจะแนะนำเกี่ยวกับการฝึกให้ผมได้บ้างก็ติดต่อมาทางเมลล์นี้เลยนะคับ Cazzo_dolce@hotmail.com)
#11  by  Cazzo (203.113.57.105) At 2007-10-15 21:05, 
โทษทีที่หายไปนานนะครับ ตอนนี้ผมย้ายไปทำบล็อคใหม่ เกี่ยวกับเรื่องปราณ-ชี่กง-และพลังจิตด้วย
ที่นี่http://g5.buildboard.com/viewboard.php/270/

#12  by  temujin At 2007-11-13 00:09, 
ผมจะทำให้ได้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในกลียุคที่กำลังจะมาถึง
#13  by  ... (58.147.9.225) At 2007-12-09 15:58, 
ผมลองฝึกดูแล้วพบว่าประสาทสัมผัสตัวเองไวต่อสิ่งรอบข้างมากขึ้น ผมมาถูกทางรึเปล่าครับ
#14  by  ... (58.147.9.225) At 2007-12-09 16:04, 
โอ้ ผม ก็ลองฝึกดูคับ พบว่า แต่ละคน ต่างกันออกไป คับ ของ ผม รับรู้ถึง จิตใจคนอื่น ได้บ้าง และ ก็ความคิดได้บ้าง เป็นความสามารถที่โดดออกมา

แต่ไม่รู้ว่า ใช้พลังจิตรึเปล่านะคับ มันออกแนวจิตวิทยาด้วยอะคับ เหมือน มองแล้วรับรู้ถึงลักษณะ นิสัย
ใครได้ ความสามารถแบบไหน มาแลกเปลี่ยนกันนะคับ programeasy@hotmail.com
#15  by  jack (158.108.166.4) At 2008-01-15 17:28, 
cry
#16  by   (118.174.69.243) At 2008-03-01 11:47, 
ดูๆจะว่าไปแล้วมันก็เหมือนกับทำสมาธิเลยหรือว่าพลังจิตที่ว่าเป็นการฝึกสมาธิงั้นเหรอembarrassed embarrassed
#17  by  ออทิสติก (124.157.154.243) At 2008-03-07 12:12, 
แล้วไอ้ที่ทำให้เหล็กงอของลอยมันจะใช่พลังจิตรึเปล่าembarrassed embarrassed
#18  by  ออทิสติก (124.157.154.243) At 2008-03-07 12:15, 
มีคนเคยบอกว่า ชาติก่อนเราเป็นนักจิตวิทยาน่ะค่ะ เลยลองมาฝึกดู ก็ทำได้จริงๆค่ะ sad smile
#19  by  ทิพย์ (58.8.183.240) At 2008-05-13 12:16, 
เยี่ยม
#20  by  มือใหม่ (125.25.132.224) At 2008-06-14 09:01, 
คัยมานเปงคนคิดวะงงจิงๆอยากรู้มากไอพลังจิตเนี่ย
#21  by   (58.9.70.244) At 2008-07-14 15:30, 
ผมนะครับ

รู้สึกเหมือนกับเหตุการณ์มันซ้ำแล้วก็จำไม่ได้ว่าเกิดเมื่อไหร่แต่รู้สึกทุกวันมันจะเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว

อยากทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไง
#22  by   (222.123.76.15) At 2008-07-26 15:04, 
ผ ม ย ม ก
ม า ค ล ดู
ช ก รั อ แ ดีมากเลยครับ
อ เ บ ง ล้
บ ล ผ ฝึ ว big smile
#23  by  แอร์ (125.25.22.167) At 2008-08-06 01:02, 

<< Home