2006/Jul/01

และแล้วในที่สุดก็มาถึงบทที่6จนได้ และก่อนอื่น ผมมีข่าวดีจะบอกคุณ นั่นคือหลังจากบทนี้เป็นต้นไป คุณจะเริ่มนำพลังจิตมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆแล้วครับ ยินดีด้วย! ที่ผ่านมาทั้ง 5 บท (ถ้าอ่านและฝึกตาม) คุณจะมีพื้นฐานและความเข้าใจภาพรวมของการใช้พลังจิตบ้างแล้ว ดังนั้นเราจะเริ่มหัดใช้พลังจิตให้เป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติกัน ตั้งแต่บทนี้ไป โดยเราจะเริ่มจากความสามารถในการบันดาลเหตุการณ์ที่เราต้องการให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ซึ่งผมว่านี่สำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ณ จุดนี้ผมอยากจะบอกกฏ(และมันเป็นเคล็ดลับ)ของการใช้พลังจิตให้ทุกคนครับ กฏนี้ผมพบว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้พลังจิต มันคือ..

FOCUS AND RELAX

กฏนี้สำคัญมาก และจริงๆผมอยากจะขีดเส้นใต้สามเส้นถ้าเป็นไปได้ คุณจะต้องทั้งจดจ่อและผ่อนคลายถึงจะใช้พลังจิตได้ผล แน่นอนหากเราไม่จดจ่อ มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย แต่จุดที่น่าสนใจคือ หากในขณะที่เราจดจ่อเราไม่ผ่อนคลาย เชื่อใหมครับว่าพลังจิตจะแทบไม่ทำงาน(หรืออาจไม่ทำงาน)เลยแม้แต่นิดเดียว นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมเขียนเรื่องการRELAX(ผ่อนคลาย)ให้ในบทที่แล้ว หวังว่าคุณฝึกได้แล้ว? และครั้งนี้เราจะมาฝึกครึ่งที่เหลือเพื่อให้เคล็ดลับนี้สมบูรณ์ นั่นคือ FOCUS หรือการจดจ่อครับ

การFOCUSนั้น เราจะต้องจดจ่อกับสิ่งที่ตั้งใจ ทั้งในระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก จำได้ใหมครับ จิตสำนึกคือส่วนที่เรารู้ตัว จิตใต้สำนึกคือส่วนลึกในตัวเราที่ปกติเราไม่รู้ การทำให้จิตสำนึกจดจ่อนั้นง่ายมาก แค่ตั้งสติ(ไม่เมา)แล้วตัดสินใจจดจ่อมันก็จดจ่อแล้วครับ แต่จิตใต้สำนึกนี่สิ ปกติเราไม่รู้และไม่สามารถควบคุมมันได้ เราจึงต้องมีเทคนิคที่จะทำให้จิตใต้สำนึกทำงานสอดคล้องกับจิตสำนึก ให้มันจดจ่อในสิ่งที่เราต้องการ

เทคนิคสั่งจิตใต้สำนึกนั้นก็มีมากมาย เช่นการสะกดจิตตัวเองซึ่งแตกเทคนิคออกไปอีกเยอะ,การสวด,เพลง,ไปจนถึงเวทย์มนตร์คาถา,รวมถึงการใช้ยา(ซึ่งผมไม่แนะนำให้ใช้เลย) ส่วนเทคนิคที่ผมชอบที่สุด เป็นเทคนิคการสะกดจิตตัวเอง ซึ่งผมจะบอกวิธีที่ผมชอบที่สุดให้คุณสัก2-3วิธี

MIND SCREEN/POSITIVE IMAGINATION

1. ผ่อนคลายร่างกายให้หมดทุกเซลด้วยเทคนิคการผ่อนคลายที่ถนัด(สามารถอ่านได้ในบทที่แล้ว)

2. ห้ามเกร็ง โดยเฉพาะที่หว่างคิ้วจะเกร็งง่ายมากต้องระวัง หลับตาแล้วกำหนดเห็นภาพในใจ เป็นภาพพื้นที่สีขาวๆ นี่จะทำหน้าที่เป็นจอหนัง

3. บนพื้นที่สีขาว เริ่มกำหนดภาพสิ่งที่เราต้องการให้เกิด เช่นสมมุติเราอยากไปเชียงใหม่ ก็สร้างหนัง "เราอยู่ในเชียงใหม่" โดยควรจะเป็นหนังที่มีรายละเอียดสูงที่สุด(อย่าลืม ห้ามเกร็ง ห้ามขมวดคิ้ว) ตั้งแต่สถานที่ เสียง แสง ผู้คน สิ่งแวดล้อม ตัวประกอบ เห็นคุณกำลังทำสิ่งที่อยากทำให้สมจริงและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้

4. เมื่อฉายหนังจบ เลิกสนใจจอหนัง สนใจร่างกายของคุณแทน เราจะกลับสู่โหมดปกติโดยการจินตนาการถึงพลัง(อาจใช้แสงสีขาว)แล่นผ่านทั่วร่างกาย รู้สึกถึงพละกำลังที่ค่อยๆกลับมา จนทั่วแล้วค่อยๆเคลื่อนไหวจากน้อยๆเช่นกระดิกนิ้ว ขยับมือ แขน ขา แล้วค่อยๆลุกขึ้น (ถ้าเคลื่อนไหวแรงและเร็วเกินไปโดยไม่เป็นขั้นตอนอาจมีปัญหากับปราณและชีพจรได้)

หากคุณไม่ชอบวิธีนี้ ลองอีกวิธีที่ผมเคยใช้ก็ได้ครับ

MANTRA

1. ผ่อนคลายร่างกายให้หมดทุกเซลด้วยเทคนิคการผ่อนคลายที่ถนัด(สามารถอ่านได้ในบทที่แล้ว)

2. พูดสิ่งที่ต้องการในใจ เช่นเราได้เข้าเรียนในคณะ โดยใช้คำพูดที่ง่ายและเป็นประโยคบอกเล่า ห้ามใช้ประโยคปฏิเสธิหรือประโยคอนาคต

3. ท่องซ้ำๆพร้อมกับผ่อนคลายไปจนกว่าจะหลับ

ทั้งสองวิธีนี้ ให้ทำเป็นประจำไปเรื่อยๆครับ แล้วคุณจะพบว่า มันได้ผล

ตอนนี้คุณได้เรียนรู้วิธีใช้อำนาจจิตทำงานให้เกิดสิ่งที่เราต้องการแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดกว่าพลังจิตชนิดอื่นๆทั้งหมด เพราะอะไรน่ะหรือครับ คุณคิดดูถ้าหากเรามีพลังเยอะแยะ อ่านใจคนได้ รักษาโรคได้ เห็นวิญญาน หรือแม้แต่เหาะได้ แต่เราไม่สามารถจัดการกับชีวิตเราได้ เราก็เหมือนกับคนทั่วๆไป ขอทานก็มีความทุกข์อย่างขอทานได้ นักธุรกิจก็มีความทุกข์ของเขา ดาราก็มีปัญหาแบบดาราได้ ราชาก็มีความทุกข์ของเขาได้ ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร เก่งแค่ไหน ถ้าเราจัดการกับชีวิตไม่ได้ ทุกคนก็แย่พอๆกันนั่นแหละครับ ดังนั้นความสามารถในการดลบันดาลเหตุการณ์ในชีวิต สำคัญกว่าพลังจิตชนิดอื่นทั้งหมด บอกตรงๆถ้าคุณใช้พลังจิตอื่นไม่ได้เลยแต่ใช้พลังจิตpositive imaginationนี้ได้ผมว่าคุณได้ประโยชน์ไปเยอะแล้ว

สำหรับบางคนอาจสงสัย ว่าทำแบบนี้แล้วก็ได้ผลเนี่ยนะ? คำตอบคือ ใช่ครับ แต่การได้ผลมันไม่เหมือนหนังพวกแฮรี่พอตเตอร์หรอกครับ ไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าเราอยากรวยแล้วพอทำแบบนี้ มันจะมีควันออกมาพรึ่บ! แล้วมีเงินกระสอบนึงออกมาจากควัน...ไม่มีทางสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรานั่นแหละครับที่เปลี่ยน เราจะไปทำสิ่งที่จำเป็นและถูกต้องในการได้เงินกระสอบนั้นมา

แล้วมันต่างกันตรงไหน? บางคนอาจคิดว่า แบบนี้ไม่เห็นต้องใช้พลังจิตเลย ก็ขยันทำงานไปสิ เดี๋ยวก็รวย แต่ผมว่าไม่แน่ครับ ผมเคยเห็นมามากแล้ว ที่คนขยันจัดๆและฉลาดสุดๆ แต่ยังไงก็ไม่รวย มันมีเหตุให้จนทุกทีสิน่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าขยันทำงานแบบนั้นแบบนี้แล้วรวยแน่ ใครจะไปรู้?

วิธีที่คุณทำ ไม่สำคัญเท่าจิตที่คุณใช้ทำหรอกครับ และนั่นคือสิ่งที่บทนี้พูดถึง

สุดท้าย ผมอยากจะบอกกฏการใช้พลังจิตอีกข้อหนึ่งให้คุณ นั่นคือ คุณทำได้แค่เลื่อนหรือเปลี่ยนรูปแบบของการเผชิญกรรม แต่ไม่มีพลังจิตชนิดไหนเอาชนะกรรมได้ครับ

สรุป

1.เคล็ดลับและกฏข้อแรกของการใช้พลังจิต คือ FOCUS AND RELAX

2.การโฟกัสต้องโฟกัสทั้งในจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก

3.การกำหนดเหตุการณ์ในชีวิต เป็นพลังจิตที่สำคัญที่สุด

4.ไม่มีพลังจิตใดชนะกรรมได้ ทำได้เพียงเลื่อนหรือเปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น


edit @ 2006/07/01 21:11:21


edit @ 2006/07/01 22:55:59
edit @ 2006/07/02 23:51:57
edit @ 2006/07/03 20:18:34
edit @ 2006/09/06 14:57:45

Comment

Comment:

Tweet


ได้ผลค่ะพึ่งทำเมื่อกี้นี้เองรุ้สึกสะบายค่ะ
#55 by (49.230.187.11|49.230.187.11) At 2014-03-25 12:34,
ได้ผลค่ะพึ่งทำเมื่อกี้นี้เองรุ้สึกสะบายค่ะ
#54 by (49.230.187.11|49.230.187.11) At 2014-03-25 12:33,
ได้ผลค่ะพึ่งทำเมื่อกี้นี้เองรุ้สึกสะบายค่ะ
#53 by (49.230.187.11|49.230.187.11) At 2014-03-25 12:32,
สัญญาณที่บอกว่าเนื่อ้คู่>>>>>1.เวลานึกถึงเค้าจะโทรมาพอดีหรือไม่ก็โทรมา2.เวลามองหน้ากันจะเหมือนโดนอะไรสะกดจิต>>>>>3.เวลาอยากได้ใครซักคนมาเป็นเพื่อนเค้าจะโผล่มาพอดี>>>>>4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อนแต่นึกไม่ออก>>>>>5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จพรู้สึกดีที่สุด>>>>>คนที่อ่านกระ?นี้จะต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะต้องมนต์น่ากลัวมากแต่ต้แงโพสแค่5อันแล้วคูรจะพบสิ่งอัศรรย์บางอย่าง
#52 by moo (58.8.85.48) At 2013-07-15 11:23,
สัญญาณที่บอกว่าเนื่อ้คู่>>>>>1.เวลานึกถึงเค้าจะโทรมาพอดีหรือไม่ก็โทรมา2.เวลามองหน้ากันจะเหมือนโดนอะไรสะกดจิต>>>>>3.เวลาอยากได้ใครซักคนมาเป็นเพื่อนเค้าจะโผล่มาพอดี>>>>>4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อนแต่นึกไม่ออก>>>>>5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จพรู้สึกดีที่สุด>>>>>คนที่อ่านกระ?นี้จะต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะต้องมนต์น่ากลัวมากแต่ต้แงโพสแค่5อันแล้วคูรจะพบสิ่งอัศรรย์บางอย่าง
#51 by moo (58.8.85.48) At 2013-07-15 11:22,
ชอบค่ะ
#50 by วิสุทธิพร (103.7.57.18|61.90.31.230) At 2012-08-20 16:01,
big smile  so good big smile
#49 by good good (103.7.57.18|1.4.140.190) At 2012-06-23 19:32,
ผมทําไม่ค่อยได้อ่าครับ ทํายังไงช่วยบอกทีครับ
#48 by คนรักเรลกัน (118.172.152.250) At 2012-04-20 22:30,
จะลองทำดูค่ะ
#47 by น้ำมนต์ (125.26.74.134) At 2011-10-01 13:27,
ผมไม่รู้น๊ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม แต่สิ่งที่ผมจะบอกนี้มันคือเรื่องจริง คือ ผมสามารถรับรู้ถึงความรู้สึก และความคิดของคนอื่นได้ ด้วยการสัมผัสตัวเขา ผมก็ยังประหลาดใจอยู่ เพราะหลังจากที่ผมประสบอุบัติเหตุครั้งนั้น มันทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไปเยอะ
#46 by theboy (101.109.103.207) At 2011-06-25 17:09,
มันเกิดอ่ะไรกับผมก็ไม่รู้คั๊บพี่ผมสามาถรยกคอมผมขึ้นแบบไม่จับอ่ะไรเลยคั๊บเหมือมมันลอยขึ้นมาเอวอ่ะคั๊บ
#45 by สิงโต (61.68.248.56) At 2011-01-12 08:23,
ยากมากๆเลยหนูเป็นเด็กใหม่หนูอยากทำให้กระดาษตัดสีดินสอได้คะ
#44 by จุฬาลักษณ์ (125.26.19.35) At 2010-11-15 21:26,
ถือเป็นเทคนิคที่คล้ายกับการสะกดจิต

หรือ การเชื่อมต่อจิตใต้สำนึก ครับ

การทำเช่นนี้ก็เพื่อ ป้อนข้อมูล หรือโปรแกรมทางจิต ที่เราต้องการ มีประโยชน์ในการบำบัดจิตผุ้ที่มีปัญหาทางจิตที่เสียสมดุล เช่น เครียดง่าย กลัวที่สุง เป็นต้น

ชอบมากครับ

มาคุยกัน

den_siam2523@hotmail.com
#43 by (112.142.103.180) At 2010-02-14 13:39,
สัญญาณที่บอกว่าเนื่อ้คู่>>>>>1.เวลานึกถึงเค้าจะโทรมาพอดีหรือไม่ก็โทรมา2.เวลามองหน้ากันจะเหมือนโดนอะไรสะกดจิต>>>>>3.เวลาอยากได้ใครซักคนมาเป็นเพื่อนเค้าจะโผล่มาพอดี>>>>>4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อนแต่นึกไม่ออก>>>>>5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จพรู้สึกดีที่สุด>>>>>คนที่อ่านกระ?นี้จะต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะต้องมนต์น่ากลัวมากแต่ต้แงโพสแค่5อันแล้วคูรจะพบสิ่งอัศรรย์บางอย่าง
#42 by (61.19.66.123) At 2010-01-12 12:15,
ไม่น่าเชื