2006/Jul/07

และแล้ว ในที่สุดผมก็มีเวลามาอัพเดทบล็อกจนได้

ขณะนี้ผมเหมาว่าทุกคนคงจะได้อ่านมาถึง6บทแล้ว และถ้าคุณสังเกต ผมจะเน้นให้ค่อยๆฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งบางคนก็อาจจะเชื่อผม แต่บางคนคงจะไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นแล้วก็รีบๆข้ามไป ถ้าแบบนั้นผมก็ไม่ว่าอะไรคุณหรอกครับ นี่เป็นเรื่องปกติของสัญชาติญานมนุษย์ ที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แต่ในกรณีของจิตและพลังจิต ผมต้องทำความเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนเพื่อให้คุณรู้ว่าทำไมเราต้องค่อยเป็นค่อยไปอยู่ดี และนั่นคือสิ่งที่ผมจะพูดถึงในบทนี้เรื่องของโครงสร้าง

ก่อนอื่น บางสิ่งบางอย่างสามารถใช้ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวในการจัดการได้ เช่น โจทย์คณิตศาสตร์ การทายปริศนา การสอบข้อเขียน แต่บางอย่างแม้จะเข้าใจแต่เราต้องอาศัยโครงสร้างที่เหมาะสมถึงจะจัดการได้ครับ

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติหากเราพบคุณยายคนหนึ่งแกเดินได้ช้ามากๆจนน่าสงสาร เราอยากช่วยคุณยาย ก็เลยเรียกคุณยายมานั่งแล้วบอกวิธีเดินเร็วๆหรือวิ่งเร็วๆของนักกีฬาให้คุณยายฟัง คุณยายเข้าใจได้ไม่ยากครับ แต่พอเข้าใจแล้วแกก็เดินช้าเหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะอะไรครับ เพราะโครงสร้างแกวิ่งเร็วไม่ได้!!

ไม่เพียงการเดิน แต่กิจกรรมทางกายส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกีฬาหรือการเคลื่อนไหวทุกอย่างต้องอาศัยโครงสร้างทางกายทั้งหมด นี่ใครๆก็คงเข้าใจ

แต่ในส่วนของจิตนี่สิครับ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่านอกจากกายเราแล้ว ส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่กายเนื้อมันมีโครงสร้าง สำหรับคนทั่วไปไม่มีโครงสร้างทิพย์ -- เมื่อไม่รู้ว่ามีโครงสร้างย่อมไม่คิดว่าต้องอาศัยโครงสร้าง ซึ่งนั่นนำพาไปสู่ความเข้าใจผิดมากมาย

เราอาจพบ(หรือเราอาจเป็นซะเอง..อย่าไปบอกใครนะครับ)คนที่คิดว่าพลังจิตเป็นเพียงเรื่องของข้อมูล คือหากเรารู้สูตรลับของการอ่านใจ เราก็จะอ่านใจได้ทันที หรือหากเรารู้คาถาที่ถูกเราก็จะสร้างปาฏิหาริย์ได้ทันที แต่จริงๆแล้ว นอกจากมิติหยาบ นอกจากกายเนื้อ มนุษย์เรายังมีโครงสร้างทิพย์ของแต่ละคน ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการใช้พลังจิตด้วยครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องนี้ตามหลักเท่านั้น แต่เคยทำการทดลอง โดยเชิญคนที่ไม่เคยฝึกพลังจิตมาแล้วบอกสิ่งที่ผมทำเวลาใช้พลังจิต พวกเขาทำไม่ได้เลยครับ ในขณะที่ผมบอกวิธีเดิมให้กับคนที่โครงสร้างพร้อมแต่ไม่เคยใช้พลังจิต ก็พบว่าได้ผลในระดับหนึ่ง

และผมบอกต่อคุณไว้ ณ ที่นี้ ว่าต่อไปคุณจะพบว่าพลังจิตหลายๆประเภทไม่ต้องอาศัยเทคนิคอะไรเลย แค่โครงสร้างเราทำได้ เราก็ทำได้แล้วครับ

และด้วยลักษณะนี้เอง ที่ทำให้เกิดนักพลังจิตประเภทที่เป็นมาแต่กำเนิด คือไม่มีใครสอนวิชาเหล่านี้ให้เขา และถ้าถามพวกเขา เขาอาจไม่สามารถตอบได้ว่าเขาทำยังไง แต่เท่าที่เขารู้ เขาทำได้มาตั้งนานแล้ว

แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณเป็นเหมือนผมคือไม่ได้ใช้พลังจิตได้มาแต่แรก แต่คุณอยากทำได้ คุณต้องทำให้โครงสร้างคุณสามารถใช้พลังจิตได้ คุณต้องฝึกโครงสร้างของคุณครับ

เอาล่ะ ถ้าคุณตัดสินใจฝึกโครงสร้างจริงๆแล้วล่ะก็ ตรงนี้มีคำถามเกิดขึ้นสองประการครับ

1.โครงสร้างทิพย์เป็นยังไง

2.แล้วจะฝึกยังไง

1.รูปแบบโครงสร้างทิพย์

น่าเสียดาย ในโลกยุคปัจจุบันความรู้เรื่องเหล่านี้ยังเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ทำให้เรายังไม่มีระบบความรู้เกี่ยวกับระบบโครงสร้างทิพย์ที่เป็นมาตรฐานสากล พูดง่ายๆ ต่างแนวทางก็แบ่งโครงสร้งทิพย์ไว้ไม่เหมือนกันครับ แต่ก็ยังดีที่ทันมีบางส่วนตรงกัน ซึ่งผมจะบอกคุณไว้ที่นี่ ได้แก่

1.กายเนื้อ อันนี้ผมจะไม่พูดมาก เพราะปัจจุบันมีข้อมูลเยอะเกินไปแล้ว

2.ปราณ/ออร่า ประกอบด้วยจักระหลัก,จักระรอง,เส้นทางเดินหลัก,เส้นลมปราณและจุดฝังเข็มมากมาย

3.อารมณ์ ซึ่งมีโครงสร้างที่แยกต่างหากจากโครงสร้างอื่น ทำให้เรามีการป่วยและการรักษาของอารมณ์ที่แยกจากกายระดับอื่นๆอีก และหากเราฝึกดีๆ เราสามารถรับรู้ถึงพลังงานทางอารมณ์และสลายพลังงานทางอารมณ์ที่เราไม่ต้องการได้ด้วยครับ

4.ความคิด ซึ่งไม่ได้อยู่ในสมอง แต่มีโครงสร้างของมันอีกครับ ผมเคยศึกษาพบเคสหลายเคสที่บุคคลที่ทางการแพทย์ลงความเห็นว่าพิการทางสมอง(คือโครงสร้างทางสมองเสียหาย) แต่กลับมีความเชี่ยวชาญในเชิงวิชาการจนไม่มีคนปกติเทียบเท่าได้ อย่างไรก็ตาม สมองเป็นกลไกของการใช้ความคิด-- แต่ไม่ใช่ที่อยู่ของความคิด และไม่ใช่ตัวตนของโครงสร้างความคิดครับ

5.กายอื่นๆ เช่น วิญญาณ อัตตา ปรมัตถ์ฯลฯ ซึ่งผมเองยังไม่พบวิธีอธิบายที่เป็นหลักการและเข้าท่าจริงๆจนผมเริ่มสงสัยว่ามันอาจไม่มีทางอธิบายได้เลย(?) หากใครมีแนวคิดดีๆ บอกผมหน่อยจะเป็นพระคุณอย่างสูง

2.แล้วจะฝึกยังไง

หลักการง่ายๆ คือฝึกให้ครบทุกโครงสร้างครับ เราต้องออกกำลัง/เหยียด/และผ่อนคลายร่างกายเพื่อฝึกกายเนื้อ เราควรฝึกหายใจด้วยวิธีการต่างๆและชำระล้างเพื่อฝึกออร่า เราต้องฝึกอารมณ์ เราต้องบริหารความสามารถในการคิด เราต้องแสวงหาความจริงและความบริสุทธิ์ ฯลฯ ซึ่งมีวิธีเยอะแยะเกินจะสาธยายได้หมดครับ คุณสามรรถที่จะไปหาวิธีเองได้ โดยผมจะให้หลักการคึอต้องสมดุลย์ วิธีที่ฝึกควรมีการเพิ่มและลด หรือการรวมเข้าและระบายออก หรือการทำงานและการพักผ่อน อย่างสมดุลย์กัน เปรียบเสมือนการหายใจ ควรหายใจเข้าและออกเท่ากันครับ พยายามหลีกเลี่ยงการฝึกที่เน้นทำงานโดยไม่พักผ่อน หลีกเลี่ยงเน้นการเพิ่มโดยไม่ลด หลีกเลี่ยงการเก็บสะสมพลังงานโดยไม่ระบาย หรือหากคุณมีวิธีเก็บพลังงานเยอะๆ คุณควรหาวิธีปล่อยพลังงานที่เยอะพอๆกันด้วย นอกจากนั้น ทุกๆระดับกายของเราควรจะได้รับการพัฒนาไปด้วยกัน ผมคงไม่ต้องเตือนว่าอย่าเอาแต่พัฒนากายเนื้ออย่างเดียว และเช่นกันสำหรับกายอื่นๆ ควรฝึกไปด้วยกันด้วยครับ

สำหรับผมเอง ผมใช้วิชาชี่กง โดยเฉพาะอี้จินจิง(คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น) ซึ่งผมชอบตรงที่มันฝึกทั้งกาย ปราณ และจิต ไปพร้อมๆกัน หรือหากใครจะชอบโยคะ ผมก็ว่าดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นสุริยะนมัสการ ปราณยามะรวมถึงพันธะ พวกนี้ดีมากๆต่อการพัฒนาโครงสร้างของเราครับ

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าถ้าจะสอนอี้จินจิงตอนนี้ มันซับซ้อนและคงใช้เวลาอีกหลายอัพมากๆกว่าจะจบ ดังนั้นผมจะสอนชี่กงพื้นฐานที่ง่ายแต่ทรงพลังมากๆ และยังสามารถฝึกจนเห็นความก้าวหน้าไปเรื่อยๆเป็นปีเลยครับ

มันคือ ท่านั่งม้า

1.ยืนตรง ผ่อนคลาย(คุณรู้ใช่ใหมว่าผมหมายถึงอะไร) ไม่ต้องใช้เวลามาก สบายๆ

2.แยกเท้าออกให้กว้างเท่าช่วงไหล่ เท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ขนานกัน

3.ย่อเข่าลงเล็กน้อย เมื่อได้ระดับแล้ว เวลาเรามองลงไป ปลายเข่าจะบังปลายเท้าไว้พอดี นิ้วเท้าต้องกางออก เท้า(และนิ้วเท้า)กดพื้นให้สนิท ไม่มีการเผยอขึ้น ผ่อนคลายช่วงขา อย่าเกร็ง

4.ตั้งตัวตรง อย่าแอ่นก้นไปด้านหลัง จริงๆมันควรจะงัดมาด้านหน้านิดๆ(นิดจริงๆ)

5.ค่อยๆยกแขนขึ้นข้างหน้า มือหันเข้าหาตัว) อย่ายกศอก หรือถ้าทำได้ให้กางไหล่ออกด้านข้าง(โดยห้ามยกไหล่ขึ้นเด็ดขาด)ผ่อนคลายไหล่กับศอก ห้ามออกแรงที่ไหล่เป็นอันขาด เมื่อทำสำเร็จ จะเป็นดังรูป(คุณผู้หญิงชุดขาวด้านล่าง)

6.ถ้าแน่ใจว่าถูกแล้ว ตามองที่ระหว่างมือทั้งสองข้าง

7.หายใจเข้านุ่มๆลึกๆยาวๆ จินตนาการแสงสีขาวแล่นตามลมหายใจเข้า ผ่านจมูก โพรงจมูก หลอดลม ปอด ผ่านปอดลงไปยังท้อง แล้วไปหยุดที่ท้องน้อยใต้สะดือเล้กน้อย ในท้อง ต่อไปจะเรียกจุดนี้ว่าจุด ตันเถียน(จุดSEA OF CHI ในภาพ(อยู่ในตัวนะ ไม่ได้อยู่บนผิวหนัง)

8.ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ นุ่มๆ ยาวๆ นึกถึงพลังเสียๆสีดำๆจากรอบๆร่างกายไหลออกไปทางลมหายใจออก

9.ทำซ้ำข้อ 7 กับ 8 ไปเรื่อยๆ จนพอใจ

นี่คือการฝึกหายใจพื้นฐานแบบเต๋า หรืออาจเรียกว่าชี่กงท่านั่งม้า แต่อย่างไรก็ตาม วิชาการฝึกพลังปราณยังมีอีกมาก ซึ่งเราจะค่อยๆสอบแบบอื่นๆให้ในคราวต่อไป ซึ่ง...ยากกว่านี้

สรุป

1.พลังจิตไม่ได้อาศัยเพียงความเข้าใจและเทคนิค แต่ต้องมีโครงสร้างที่เอื้ออำนวยด้วย

2.เราสามารถฝึกโครงสร้างให้เอื้อต่อการใช้พลังจิตได้

3.โครงสร้างมีหลายระดับ ที่คนทั่วๆไปไม่เคยรู้เลยว่ามีด้วย เราควรฝึกให้พัฒนาไปด้วยกันทุกระดับ

4.การฝึกโครงสร้าง มีหลักสำคัญคือความสมดุลย์


edit @ 2006/07/07 23:33:58
edit @ 2006/07/10 23:40:53
edit @ 2006/07/13 20:03:29
edit @ 2006/09/06 14:58:02
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ้ ครั้งนี้ยากชัวๆเลยครับ อืม จะพยายามครับ

แต่เรื่องวิญญาณนี่ผมก็ไม่แน่ใจนะ
#1  by  Lord Heimsvestir At 2006-07-07 23:04, 
อ่า
พี่จินให้มานานแล้วแต่เพิ่งแวะมา^^;
แหะๆ
บลอคความรู้เยอะจัง>.<
เดี๋ยวจาตามกลับปายอ่านตั้งแต่แรกนะคะ^^
#2  by  Jemona At 2006-07-10 20:59, 
เริ่มเหงื่อตก
#3  by  ดาว (58.9.38.56) At 2006-08-11 01:10, 
คืออ่านมาจาก บล็อกฝึกพลังจิตง่ะนะ แบบว่ามีความรู้ดีจังเลย และน่าสนใจด้วย แต่การอ่านความรู้สึก.. มันจะปดกับความคิดของเรามากกว่าง่ะ เลยไม่รู้ว่านั้นเราคิดเองหรือว่าเราอ่านได้จริงๆง่ะ
---ผู้มาเยือน---
#4  by  Neko Sky (124.120.222.190) At 2006-12-07 21:02, 
ชอบครับแบบค่อยๆๆก้าวไม่ใช่กระโดด เอิ้กๆ บทความดีครับทำแล้วได้ผลจริงๆ รู้เบา สบาย ร่างกาย มันรู้สึกดี
#5  by  หลง (125.24.165.197) At 2007-03-03 16:01, 
ผมฝึกคนละแบบง่ะครับแต่เหมือนกันที่ลมหายใจยิ่งหายใจช้ายิ่งทำให้ออร่าแรงขึ้นผมชอบนั่งดูออร่าที่ออกจากนิ้ว
ตอนนี้ก็พยายามหัดใช้ดาบออร่าสนุกดีนะครับใครสนใจร่วมฝึกออร่าก็แอทมานะครับ sanago_13@hotmail.com
#6  by  sanago (125.24.143.49) At 2007-05-12 03:52, 
จิตกับกาย อันไหนเกิดก่อนกันหรอคะ ตอบหน่อย mamboosha@hotmail.comsad smile
#7  by  หมาบู้ (124.120.145.14) At 2007-11-09 00:41, 
โทษทีที่หายไปนานนะครับ ตอนนี้ผมย้ายไปทำบล็อคใหม่ เกี่ยวกับเรื่องปราณ-ชี่กง-และพลังจิตด้วย
ที่นี่http://g5.buildboard.com/viewboard.php/270/

จิตกับกายอันไหนเกิดก่อนนี่ไม่รู้สิครับ
#8  by  temujin At 2007-11-12 23:48, 
อยากทราบจังว่ามันต่างจากฝึก
กรรมฐานยังไงครับ งงเงิบ อธิบายทีผู้รู้ ช่วด้วย Help me.
#9  by  various (202.91.19.192) At 2008-02-13 11:15, 
อยากฝึกพลังจิต ให้เหมือนในหนัง
#10  by  คนเผาถ่าน (203.113.17.173) At 2008-02-19 13:56, 
โคตรอยากมีพลังจิต
#11  by  seven (203.113.17.173) At 2008-02-19 13:57, 
ขอโทษที เขียนผิด ความจิงไม่ใช่คนเผาถ่าน แต่เป็นคนไม่เอาถ่าน sad smile
#12  by  คนไม่เอาถ่าน (203.113.17.173) At 2008-02-19 13:59, 
ผมเคยโมโหมากๆรู้ปะมานเปนไงอะคับตัวผมมานควบคุมตัวเองไม่ได้ผมเปนคนใจร้อนผมไม่ชอบนั่งสมาธิไม่ชอยอยู่เฉยๆแต่ผมอยากเปนคนใจเยนเวลาผมโมโหผมรองหายใจเข้า.........หายใจออก.......มานเจ๋งวะเพ่ใจเยนลงเยอะมานรู้สึกตัวเบาลง
#13  by  noname (125.24.134.55) At 2008-03-08 22:16, 
ข้าขอสวัสดีนะ ชาวมนุษย์โลกทั้งหลาย
ตัวข้ามีนามว่า โอสิลิส แม๊กเนียร์
ที่แท้จริงตัวของข้าเป็นนกแต่ข้าใช้พลัง OtQ
ทำให้กลายเป็นมนุษย์ ถ้าใครอยากได้พลังจิตฟรี ๆ เชิญมาหาข้าที่ โลกมืด
#14  by  :[เทพบุตรลี้ลับ]: (203.151.46.130) At 2008-03-28 12:00, 
เข้าใจย้ากจัง sad smile
#15  by  ยะกิ (125.26.189.202) At 2008-04-08 14:23, 

<< Home