2006/Aug/10

หวัดดีครับ สบายดีกันหรือเปล่า

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณหลายๆคน ที่ให้คำติชม ให้ผมสามารถปรับปรุงบล็อกได้ดีขึ้น(หวังว่านะ)

แต่ยังไงเสีย ผมพบว่า ผู้อ่านบล็อกนี้จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่อ่านแล้วฝึกตาม กลุ่มที่สองคือกลุ่มอ่านเอาความรู้(อ่านเอาเรื่อง)เฉยๆ ซึ่งกลุ่มที่ฝึกตามจะพบว่าฝึกตามไม่ทันกับที่ผมเพิ่มให้ ส่วนกลุ่มอ่านเฉยๆ ก็จะพบว่า ผมอัพช้าไป รอนานเปิดมาแต่ละทีไม่ค่อยมีอะไรใหม่

ยังไงก็แล้วแต่ ผมเห็นว่า ใครจะฝึก หรือไม่ฝึก เร็ว หรือช้ายังไง ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ คนไทยส่วนใหญ่เคยชินกับการเรียนแบบสอบปลายภาค คือพอถึงวันที่กำหนดจะมีสอบทำให้ติดนิสัยเรียน(หรือฝึก)อะไรแบบที่ต้อง"ให้ทัน"

แต่สำหรับบล็อกนี้ ผมเห็นว่า แต่ละคนมีสิทธิ์เต็มที่ ที่จะฝึกเร็ว(หรือช้า)แค่ไหนก็ได้ตามใจสิครับ ไม่ได้วัดผล ไม่ได้มีใครมาประทับตราคุณว่าสอบตกหรือได้ที่เท่าไหร่ผมเห็นว่าการกำหนดเวลาจะทำให้ผู้เรียนหรือผู้ฝึกมีแนวโน้มจะข้ามบางเรื่องที่เห็นว่าไม่สำคัญไปเลย ดังนั้น ฝึกเร็วหรือช้าแค่ไหนก็ตามสบายเถอะครับ ถ้าคุณเข้าใจแล้ว ก็ไปบทต่อไป แต่ถ้าไม่เข้าใจหรือยังไม่แน่ใจ อย่าข้ามเลยครับ

ยิ่งบทต่อๆไป จะสังเกตว่า มันจะยากขึ้นๆไปเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าคุณผู้อ่านข้ามบทก่อนๆมา ก็จะมีแนวโน้มที่จะไม่เข้าใจ เบื่อ และเลิกฝึกไปซึ่งน่าเสียดาย

สำหรับบทนี้ เราจะมาลงรายละเอียดของ"โครงสร้าง" มากขึ้น

ในโครงสร้างคนเรา มีพลังรูปแบบต่างๆมากมายและซับซ้อนมาก นอกเหนือจากปริมาณพลังที่เราต้องรักษาไว้ ไม่ให้น้อยไปและไม่ให้แน่นไปแล้ว เรายังต้องรักษาอัตราส่วนของพลังต่างๆในตัวเราให้สมดุลย์กันด้วย

แล้วโครงสร้างพลังมันเป็นยังไงบ้าง? ในบทนี้เราจะเริ่มแบ่งพลังออกโดยใช้ระบบ จักระ

จักระคืออะไร

จักระ คือ จุดบนโครงสร้างพลัง ที่มีหน้าที่รับ-ส่งและแปลงพลังงานในแต่ละระดับ ถ้าให้เปรียบเทียบ ก็เหมือนกับadapterหรือหม้อแปลงไฟนั่นแหละครับ แต่ปกติอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีหม้อแปลง1จุดต่ออุปกรณ์1ชิ้น แต่สำหรับจักระ มีอย่างน้อย 7 จุดหลักครับ

แต่เดี๋ยวก่อน!! ลักษณะของจักระไม่ได้แยกออกจากออร่านะครับ คล้ายๆกับน้ำวนในบ่อน้ำ คือเรากำหนดขอบน้ำวนหรือรอยต่อไม่ได้เป๊ะๆ แต่ก็พอชี้ได้ว่า นี่น้ำวน นี่น้ำไม่วน พอนึกออกใหมครับ ออร่าของเราก็จะมี"น้ำวน"ที่มีหน้าที่แปลงพลังงานซึ่งมันไม่ได้แยกออกจากออร่าซะทีเดียว จริงๆแล้วคำว่า จักระ แปลว่า วงล้อ ครับ และที่มันเรียกว่าจักระก็เพราะธรรมชาติมันหมุนไปเรื่อยๆนี่เอง

การทำงานของจักระ

อย่างที่บอก จักระมีหน้าที่รับ-ส่งพลังงาน เพื่อไปใช้ในกิจกรรมต่างๆของเรา(อย่าเพิ่งงงครับ เลือดส่งสารอาหารและพลังงานให้กายเนื้อเป็นหลัก แต่ถ้าเราพูดถึงระบบโดยรวมที่ไม่ใช่แค่กายเนื้อ จักระเป็นช่องทางที่สำคัญครับ) ซึ่งจักระแต่ละจุดจะดูแลการกระจายพลังงานให้กิจกรรมแต่ละกลุ่ม กลุ่มกายเนื้อก็มีจักรหนึ่งควบคุม กลุ่มการแสดงออกและการแสดงตัวตนก็มีจักรอีกอันหนึ่งควบคุม กลุ่มของการมองเห็นและการรับรู้ก็มีอีกจักระหนึ่งควบคุมครับ แล้วกิจกรรมอื่นๆก็มีจักระอื่นดูแลอีก

และแต่ละกิจกรรม จะใช้พลังงานไม่เหมือนกันครับ ซึ่งนี่แหละคือหน้าที่ที่สำคัญของจักร ที่ต้องคอยแปลงพลังงานเป็นแบบต่างๆให้เหมาะกับกิจกรรมที่จักรนั้นรับผิดชอบอยู่

ถ้ายังไม่เข้าใจ ให้คิดอย่างนี้ครับ มีบางวันที่เรารู้สึกเอียนๆ เบื่อๆ ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงใหมครับ ทั้งที่เราก็กินอิ่มดี และก็ไม่ได้อดหลับอดนอนอะไรนักหนา แต่ราวกับชีวิตมันขาดพลังบอกไม่ถูก นั่นแหละครับ ใช่เลย เราขาดพลัง"บางแบบ"ไป ซึ่งต้องมาดู ว่าจักรไหนที่ขาด

พอเรากินน้ำ กินอาหาร หรือนอน หรือฝึกพลังอะไรก็ตาม พลังที่เข้ามาในตัวเราจะถูกส่งไปตามจักรต่างๆ แล้วจักรต่างๆก็จะแบ่งพลังงานแล้วแปลงไปใช้ในกิจกรรมที่มันดูแล ดังนั้นถ้าจักรไหนทำงานไม่ดี ก็จะทำให้กิจกรรมบางอย่างผิดปกติไปด้วย

และที่ต้องพิจารณาอีกก็คือ จักระแต่ละจักระจะเชื่อมต่อกัน และส่งผลกระทบกันด้วยครับ โดยเฉพาะจักรข้างเคียง เช่นสมมุติจักร1(ดูแลกล้ามเนื้อ) เสีย จักรต่อมาที่จะโดนก็คือ จักร2(เพศ) ครับ ดังนั้น คนที่ปล่อยร่างกายอ่อนแอ จะมีโอกาสสูงมากที่จะเสื่อมสมรรถภาพ!! น่ากลัวใหมครับ อิอิ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าสมมุติเราเป็นคนหยิ่งจัดๆ ซึ่งเป็นอาการของจักร5 ก็ไม่ค่อยมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ(จักร2) แต่จะไปมีผลต่อคามรัก(จักร4) และการมองโลก(จักร6)แทน ครับ

แต่ไม่ใช่ว่าจักรที่ไม่อยู่ติดกันจะไม่เกี่ยวนะครับ เพราะจักร1ติดกับจักร2 จักร2มันก็ติดกับจักร3 ถ้าจ