2006/Oct/22

ฝึกพลังจิต10 : วิธีฝึกจิตแบบง่ายๆ

วิถีชีวิตยุคใหม่ที่ยุ่งเหยิง ทำให้การหาโอกาสนั่งสมาธิทำได้ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อน

ไม่กี่วันมานี้ มีน้องคนหนึ่ง ถามผมว่า ไม่มีเวลาฝึกจิตเลย เพราะชีวิตยุ่งเหยิง ไม่รู้จะฝึกตอนไหน ไม่มีเวลาอยู่คนเดียว

จริงๆแล้ว การฝึกจิต มีหลายวิธีมาก นอกจากการนั่งสมาธิ..หรือการนั่งขัดสมาธิโคจรลมหายใจ ยังมีอีกนับพันวิธีและแน่นอน บางวิธีสามารถฝึกได้เกือบจะทุกที่ทุกเวลา บางวิธีฝึกได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆเลยครับ

แท้จริงแล้ว วิธีฝึกจิตอย่างหนึ่งที่เยี่ยมยอดมาก คือ การหายใจครับ

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะถามผมว่า "พอจะรู้ว่าการฝึกจิตมักเกี่ยวกับลมหายใจ แล้วทำไมมันถึงเกี่ยวกันล่ะ"

นั่นก็เป็นเพราะว่า ลมหายใจ เป็นตัวแลกเปลี่ยนพลังของเรากับพลังของจักรวาล ซึ่งพลังของจักรวาลนี่แหละที่ใช้เป็นเหมือนเชื้อเพลิงในการใช้พลังจิต

นอกจากกระบวนการสันดาปด้วยก๊าซตามที่เคยเรียนจากโรงเรียนแล้ว จริงๆแล้วในอากาศ..หรือจริงๆแล้ว ในลมหายใจ มีพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ซึ่งวิทยาศาสตร์กำลังจะเริ่มค้นพบ แต่จริงๆแล้วผู้รู้ในอดีตทั้งหลายต่างรู้จักมันมานานแล้ว และในการหายใจนี่แหละครับที่เราเอาพลังงานพวกนี้เข้ามาด้วย (ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ เรากำลังทำแบบนั้นอยู่ด้วยจิตใต้สำนึก!) มันไม่ยากที่เราจะพบว่า ก๊าซและสารเคมีในตัวเราย่อมใช้ไปในการทำงานทางกายภาพ แล้วถ้าเราจะทำงานทางด้านที่ละเอียดกว่ามิติทางกายภาพล่ะครับ ใช้พลังงานจากไหน?

....ก็จากแหล่งที่ไม่ใช่กายภาพน่ะสิ

ในการหายใจ ยังมีพลังงานที่นอกเหนือจากพลังงานทางฟิสิกส์เข้ามาสู่ร่างกายของเรา

เอ้า เสียเวลาซะนาน ผมขอแนะนำวิธีฝึกจิตที่ดีมากๆ สองวิธีนะครับ วิธีหนึ่งคือเดิน อีกวิธีหนึ่ง คือ หายใจ

ไม่ว่าคุณจะไม่ว่างขนาดไหน คุณต้องมีเวลาเดิน และมีเวลาหายใจบ้างแน่นอน...เชื่อผม และไม่ว่าคุณจะเดินอยูบนอะไร หรือหายใจอยู่ในไหน(ที่ไม่ได้เลวร้ายสุดๆ เช่นในลิฟต์ที่มีคนตด)...คุณฝึกจิตได้ครับ ขอเพียงคุณกำลังเดิน และกำลังหายใจเท่านั้น

เดิน

การเดินฝึกจิตแบบง่ายๆนะครับ เวลาเดิน ให้ตั้งใจสัมผัสความรู้สึกของแรงกระทบที่เท้า จากส่วนต่างๆ ปลายเท้า กลางเท้า ส้นเท้า ว่าตรงไหนกระทบตอนไหน

เราสามารถฝึกจิตจากการเดินได้ ไม่ว่าเราจะเดินอยู่ที่ไหน

หายใจ

การหายใจที่เป็นการฝึกจิตนั้น มันมีแก่นอยู่ที่ว่า ต้องรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของลมหายใจ ดังนี้

1.รู้ว่าลมหายใจกำลังเข้า หรือกำลังออก

2.รู้ว่าลมหายใจขณะนี้ลึกหรือตื้น

3.รู้ว่าสายลมหายใจตอนนี้กำลังเริ่มหรือกำลังสุด(ในการเข้าหรือการออก)

ในแต่ละขณะต้องรู้ทั้งสามข้อนี้ ส่วนอย่างอื่น เช่นหายใจลึกๆ หรือท่าทาง หรือการควบคุมท้องฯลฯ เป็นเทคนิคครับ ถ้ามีเวลา มีโอกาสก็ทำ แต่ถ้าไม่มีโอกาส เอาสามข้อนี้ก็ได้ประโยชน์มากแล้วครับ

หากฝึกดังนี้ โดยเฉพาะลมหายใจ จิตใจจะจดจ่อ ไม่ฟุ้งซ่าน ฝึกเป็นประจำจะเริ่มเห็นผลร่างกายสดชื่น ผิวหนังรับพลังงานจากจักรวาลได้ดีขึ้น มีความผ่องใส จิตใจผ่อนคลาย(ตามเคล็ด focus&relax)

เป็นที่รู้กัน ว่าการฝึกจิตของศาสตร์ทั้งหลายต่างยอมรับว่าการหายใจเป็นส่วนที่มีผลสำคัญมาก และยังให้ผลดีต่อสุขภาพด้วย

สรุป

1. ลมหายใจไม่ใช่แค่ก๊าซ แต่รับเอาพลังงานที่ไม่ใช่สสารทางกายภาพเข้ามาด้วย

2. เคล็ดพื้นฐานการหายใจคือ รู้เข้าออก,รู้ตื้นลึก,รู้เริ่มหรือสุด พร้อมๆกัน

3. ผลของการหายใจที่ควรสังเกตได้ คือ focus&relax

4. เคล็ดพื้นฐานการเดิน คือ สัมผัสแรงกระทบจากส่วนต่างๆกันของฝ่าเท้าอย่างต่อเนื่อง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โห บล้อกนี้น่าเข้าแฮะ จะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆครับ
ชอบพลังจิตจังงับ ขอบคุณคับที่ช่วยสอนวิธีไห้big smile
#2  by  เด็กดี At 2007-10-26 20:58, 
ทำไมเวลาผมฝึกสมาธิทีไรจะมีช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแกว่งไปแกว่งมา หรือบางทีตัวผมมีการขยับซว้าย-ขวาเอง(เพียงเล็กน้อย)..ในความรู้สึกตอนนั้นผมจะกลัวมากจนไม่กล้าฝืนนั่งต่อไปเพราะกลัวว่า วินยานจะออกจากร่างอย่างทื่เคยได้ยินมาว่าถ้าวินยานออกไปแล้วถ้าจิตยังไม่แข็งพอจะไม่สามารถกลับมาสู่ร่างได้เป็นเรื่องจริงไหมครับ แล้วที่ผมรู้สึกวูบไปมา หรือกำลังแกว่งไปมานั้นมันคืออะไรครับ.. ขอบคุณคับ
#3  by  เอก (117.47.153.123) At 2007-11-03 14:51, 
โทษทีที่หายไปนานนะครับ ตอนนี้ผมย้ายไปทำบล็อคใหม่ เกี่ยวกับเรื่องปราณ-ชี่กง-และพลังจิตด้วย
ที่นี่ http://g5.buildboard.com/viewboard.php/270/


ของคุณเอกขอให้ไปอ่านในกระทู้นี้เลยนะครับ
http://g5.buildboard.com/viewtopic.php?topic=14338&forum=3965&id=270
#4  by  temujin At 2007-11-12 23:33, 
ตอบกระทู้ที่ 3
เมื่อก่อนเราก็เป็นเหมือนกัน เมื่อเกิดอาการดังกล่าวขึ้นมาเรากลัวมาก จนไม่กล้าที่จะนั่งต่อไปได้ หลังจากนั้นเราก็พยายามหางข้อมุลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร จนวันหนึ่งเราได้ศึกษาธรรมจากพระองค์หนึ่งท่านบอกว่า "นั่งเป้นอาการของจิตปิติ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีอาการที่แตกต่างกันไปตามสภาวะของแต่ละคน เช่น บางคนตัวลอย ตัวหมุน น้ำตาไหล ฯลฯ เป็นต้น ไม่ต้องกลัว แต่จงพยายามนิ่งและอย่านำมาเป็นจริต จงปล่อยวาง เมื่อเห็นก็รับรู้ว่าเห็น แต่อย่ายึดติดกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เพียงให้รับรู้เท่านั้น เเพราะนั่นเป็นระดับญาณขั้นที่ 1 หากท่านฝึกต่อไปเรื่อยๆ ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของท่าน ยินดีด้วยค่ะ
#5  by  ann4405030216 (203.146.192.135) At 2008-01-14 15:14, 
#6  by   (125.26.238.76) At 2008-01-24 14:35, 
very good thank you
#7  by  bbunphon (203.172.51.44) At 2008-02-02 21:44, 
อยากฝึกพลังจิตมากครับ ได้อ่านเรื่องวิธีการเบื้องต้น ทั้งการฝึกหายใจ ฝึกการมอง และฝึกจินตนาการแบบดำดิ่งลึก แต่ลองฝึกแล้วไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ จึงจะเห็นผล ท่านที่ทำสำเร็จ แล้ว ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับ
#8  by  Junaidi (203.170.234.20) At 2008-02-03 17:52, 
จริงด้วยครับ เห็นด้วยกับข้อมูลทุกอย่าง แต่สำหรับชาวพุทธแล้วยิ่งได้เปรียบมากๆ เพราะมีบรมครูชั้นยอด ค้นพบเมื่อสองพันกว่าปีก่อน ใช่ไหมครับ
#9  by  various_elec (202.91.18.204) At 2008-02-13 10:45, 
ชอบconfused smile
#10  by   (124.121.47.241) At 2008-02-21 15:08, 
คับ ครั้งหลายของผมที่มีเว็บนี้...พลังจิต บางท่านบอกว่ามีจริงบางท่านบอดไม่มีจริง นรก สวรรค์ ไม่มีจริง หยุด! คับพอ เลิกคิดเพราะว่าการฝึกจิตของผมไม่ทำได้จริง แรกๆ คนในครอบครัวบอกว่าผมบ้าง นั้งสมาธิ แต่ผมได้ผลที่ทุกคนไม่รู้ และการฝึกทำให้ผมมีความรู้ฝึกว่า อดีต คือ ชาติที่แล้ว อนาคต คือ ชาติข้างหน้าผมก็รู้ทุกอย่างแล้วนี้คืออะไรหรอ..คับ ผมสอนการถอดจิต มายาจิต ได้ 0874172198
#11  by  kunaraks_jack (118.173.117.134) At 2008-08-04 09:40, 
ดีใจที่มีผู้ที่สนใจเรื่องจิตมากขึ้น ถ้าศึกษาให้มากจะมองเห็นความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการที่พระพุทธเจ้าค้นพบ
#12  by  พ. (125.24.178.160) At 2008-08-10 14:21, 
ผมนั่งและศึกษาเรื่องจิตแล้วเห็นตามพระพุทธเจ้าทรงสอนพวกชาวพุทธตามนั้นจริงๆบอกได้ก็ไม่เหมือนกับฝึกด้วยตนเองและจะเกิดปัญญาจริงๆแนะนำได้แต่ต้องทำเองจึงจะพบตามนั้น
#13  by  พ. (125.24.178.160) At 2008-08-10 14:26, 

<< Home